TH / EN

AVATR 11 MY2026 ช่วงล่างแม่เหล็กทุกรุ่น แบต 116.79 kWh ระยะทาง 680 กิโลเมตร NEDC

6 July 2026

GWM Australia ส่งสัญญาณ Tank 800 อาจเป็นรุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ V8 ก่อนถึงคิว Tank 700

6 July 2026

Toyota Australia เปิดรับจอง LandCruiser 70 Series อีกครั้ง หลังอัปเกรดผ่านมาตรฐาน Euro 6 Stage C แล้ว

6 July 2026

ZEEKR X Standard ราคา 899,000 บาท ยังน่าซื้อไหม?

6 July 2026

BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Standard แบต 46.08 kWh ระยะทาง 410 กม. NEDC ชาร์จ DC 80 kW

6 July 2026

เปิดประวัติ MITSUBISHI PAJERO เอสยูวีสายลุยระดับตำนาน

6 July 2026

TOYOTA COROLLA CROSS Z ADVENTURE รุ่นย่อยใหม่ในญี่ปุ่น ตกแต่งสไตล์ลุย ระบบขับสี่ E-Four

5 July 2026

รถไฟฟ้า MITSUBISHI รุ่นใหม่ ฝาแฝด Foxtron Bria โผล่วิ่งทดสอบในออสเตรเลียแล้ว คาดใช้ชื่อ ASX VR-e

2 July 2026

เปิดจองในจีน New GWM TANK 300 ฐานล้อยาวขึ้น โลโก้ "TANK" ใหม่ ราคาประมาณ 978,000 - 1,223,000 บาท

2 July 2026

Honda and Nissan Close to New Alliance, Common ECUs Planned for 2029-2030

2 July 2026

Mitsubishi เผย Attrage ใหม่ ผ่าน EURO 6 ใส่ ADAS ทุกรุ่น เริ่ม 564,000 บาท

1 July 2026

Legendary Mazda 787B Returns to Le Mans for 35th Anniversary Celebration

30 June 2026

No Data Found

Back To Page Article

ZEEKR X Standard ราคา 899,000 บาท ยังน่าซื้อไหม?

6 July 2026| Number Of Visitors 86

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนในตอนนี้ มีหลากหลายรุ่นที่น่าสนใจและไม่น่าสนใจ แต่ในความโกลาหลระหว่างศึกรุ่นใหม่ ๆ กับช่วงราคา 8 - 9 แสนที่ดุเดือดนั้น กลับทำให้นึกถึง ZEEKR X โดยเฉพาะรุ่น Standard ที่มีราคา 899,000 บาท ยังน่าซื้อไหม?  มีการปรับโฉมใหม่ ปรับปรุงช่วงล่างใหม่ให้หนึบขึ้น  จากเดิมที่ "ปวกเปียกจนมึนหัว"  แม้จะมีรูปทรงและเทคโนโลยีทันสมัยอยู่ แต่ก็ถูกกลืนหายไปจากกระแสพอสมควร วันนี้ผมจึงขอ "งม" กลับขึ้นมาใหม่ เพื่อลองใช้งานในชีวิตประจำวันจริงเพื่อดูว่า การขับขี่ การตอบสนอง ฟังก์ชั่นใช้งานต่าง เป็นมิตรกับผู้ขับขี่หรือไม่และให้ความคุ้มแค่ไหน

 

 

 

ข้อมูลสเปคของ ZEEKR X รุ่น Standard RWD น่าสนใจที่เทคโนโลยียังล้ำสมัย 

ZEEKR X รุ่นเริ่มต้นนี้เมื่อเทียบกับราคา 899,000 บาท นับว่ายังให้ความคุ้มค่า เพราะเทคโนโลยีที่ได้มาทั้งความแรง ระบบจัดการแบตเตอรี่ ฟังก์ชั่นใช้งาน ยังล้ำสมัยไม่ต่างจากรุ่นใหม่ ๆ สมรรถนะที่กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับหลัง 335 แรง และแรงบิด 373 นิวตันเมตร และเคลม 0 - 100 กม./ชม. ที่ 5.6 วินาที นี่มันก็น้อง ๆ สปอร์ตคาร์แล้ว 

 

 

 

ขนาดของแบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) ระดับกลาง ๆ ยังไม่มากมายนักบนแรงดัน 400 โวลต์ (400V Architecture)ขนาด 61 kWh ทำระยะทางได้ 450 กม. NEDC วิ่งจริงก็ให้หักออกไปราว ๆ 50 -80 กม. แล้วแต่การขับขี่นะครับ แต่ระยะทางระดับนี้หากใช้งานทั่วไปมันเพียงพออยู่แล้ว บวกกับคนที่มีเครื่องชาร์จในบ้านก็ไม่ใช่ปัญหา รองรับ DC สูงสุด 230 kW และ AC 11 kW ก็เหลือ ๆ แล้ว และยังท่องเที่ยวตั้งแคมป์จ่ายไฟฟ้าแบบ V2L ได้ 3.3 kW 

 

 

 

ระบบช่วงล่างที่มีการปรับปรุงใหม่ให้ "หนึบขึ้น" แบบอิสระทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังมัลติลิงก์ และมอเตอร์ขับเคลื่อนติดตั้งอยู่ที่ด้านหลัง ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 19 นิ้ว ซึ่งถ้าเป็นรุ่น Flagship AWD จะมาพร้อมล้อขนาด 20 นิ้ว แต่สำหรับผมในรุ่นเริ่มต้นนี้ 19 นิ้วยังนุ่มไปเลย แต่ก็เพียงพอต่อการขับขี่แล้ว ไม่เปลืองไฟและไม่กระเทือนมากนัก 

 

 

 

เทคโยโลยีสู้คู่แข่งได้ไหม?

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสิ่งที่ต้องคำนึงมากที่สุดนอกจากขนาดแบตฯ วิ่งได่กี่กม. ?  คือ ฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ ยังทันสมัยหรือไม่ หรือว่าล้าหลังไปแค่ไหน รับได้หรือไม่ อันนี้สำคัญ เพราะระบบต่าง ๆในรถยนต์ไฟฟ้า เหมือนกับคอมพิวเตอร์ ติดล้อ หากระบบพัฒนาได้เรื่อย ๆ หรืออย่างน้อยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ตกยุค และถ้ายิ่งใช้งานได้จริง แบบที่ไม่ต้อง "ปิดทิ้ง"  ยิ่งคุ้มค่า สำหรับใน ZEEKR X Standard ยังนับว่าฉลาด ทันสมัย ฟังก์ชั่นไม่แพ้รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ในปัจจุบัน  ส่วนเมื่อใช้งานจริงแล้วจะดีหรือไม่นั้น เดี๋ยวเล่าให้ฟังครับ

 

 

 

 

สมรรถนะหลังทดลองขับ 8.5/10

การเลือก ZEEKR X Standard เพราะเรื่องราคาที่น่าสนใจในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 9 แสนบาท อาจมีหลายรุ่นน่าใช้กว่าหรือราคาต่ำกว่าได้ฟังก์ชั่นพอกัน แต่เมื่อลองดูเรื่องพละกำลังแล้ว กลับเป็นแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ยกสูง รุ่นเดียวในกลุ่ม ที่มี 335 แรงม้า และแรงบิด 373 นิวตันเมตร และขับหลังด้วย มันจะได้ฟิวคล้าย ๆ รถยุโรป ในราคาเอื้อมถึง และเทคโนโลยีก็ยังทันสมัย

 

อัตราเร่งน่าประทับใจ แรงสั่งได้ และท็อปสปีดสูงสุดตามสเปคนับว่าเพียงพอกับการ หนีรถสันดาปแรง ๆ ได้ไม่อายนัก ถือว่าเป็นรถราคาไม่แพงที่แรงพอ ๆ กับรถสปอร์ตหลักล้าน แต่.....ครับแต่... เดี๋ยวจะหาว่าอวยกันอีก!!!

 

เรื่องความแรงส่วนตัวชอบมาก ๆ คือ รถที่หลายคนฝันอยากจะให้ขับมันแรงสั่งได้ดั่งใจในราคาเบา ๆ ก็จริง แต่เรื่องช่วงล่างที่ Zeekr บอกว่าปรับมาแล้วนั้น ส่วนตัวยังรู้สึก "เฉย ๆ" ไม่ต่างจากเดิมก่อนปรับเท่าไหร่นัก เนื่องจากการลองขับมีบางจังหวะที่ต้องการเร่งแซงในความเร็วลอยลำไปแล้ว และเข้าโค้งบนทางด่วนในช่วงถนนโล่ง บางช่วงน่ากลัวเกินไปจนต้องถอนคันเร่งและแตะเบรกไปด้วยเบา ๆ เพราะช่วงล่างมีอาการ เด้ง ๆ นิด ๆ และเหวี่ยงพร้อมกับ "ส่าย เอว" ไปด้วย ทำให้ลดความมั่นใจในโค้งไป และระบบเบรกแม้จะให้มาใหญ่โตแล้ว แต่ก็ยังแอบดื้อ ๆ เท้า นั่นคือ หากเร่งมาเต็มที่และต้องเบรกแบบกดเต็มแรงนั้นยังใช้น้ำหนักมากและเหมือนจะแอบไหล ๆ นิด ๆ ทั้งที่สมรรถนะความแรงไหลลื่นเนียน ๆ แต่มาติดขัดตรงช่วงล่างที่นุ่มไปกับเบรกที่อาจยังเอาไม่อยู่นี่เอง ยังไม่เพียงพอต่อพลังกำลัง หรือการขับขี่ในสไตล์มัน ๆ ตามภาพลักษณ์พรีเมี่ยมสปอร์ตของ "Zeekr X" 

 

ด้วยขนาดตัวรถ ขนาดล้อและยางที่ลงตัวสุด ๆ แต่กลับเซ็ตช่วงล่างยังไม่ลงตัว นับเป็นสิ่งเดียวที่ยังต้องฝากถึง Zeekr Thailand ให้ปรับปรุงเร่งด่วน เพราะถ้าไปอยู่ในมือคนขับที่ยังไม่ "ชำนาญ" พอ ก็อาจเกิดอะไรที่ไม่ควรเกิดได้เลยครับ เพราะความแรงเป็นเหตุ และ รถมาในสไตล์พร้อมบวกตลอด (คือแรงติดเท้า) จึงอาจไม่เหมาะกับคนที่ชอบขับแบบ "ซ่า ๆ" เท่าไหร่นัก เว้นแต่จะไปปรับเปลียนระบบช่วงล่างเองให้ตรงกับที่ต้องการ เหมือนเจ้าของรถหลายคนที่เปลี่ยนมาแล้ว กลายเป็นรถคนละคันไปเลย คือ ถ้าใครขับแบบ "ดุดัน" แนะนำให้เปลี่ยนเถอะครับ  แต่ถ้าขับธรรมดาไม่เน้นซิ่งนัก ผมว่ากำลังสบายเอาอยู่เลย 

 

เติมลมยางเพิ่มอาจช่วยได้? 

ผมได้ข้อมูลจากผู้ใช้จริง (น้องนาย Techhangout) แนะนำเพิ่มเติมว่า ลมยางตามสเปครถนั้น "อ่อนไป" เพราะยางติดรถชุดนี้ "แก้มยางนุ่ม" ผมจึงลองไปเติมลมเพิ่มจากเดิมตอนรับรถ 37 Psi เป็น 40 - 41 Psi ไปเลย หลังจากนั้นพอจับอาการได้ว่า ช่วงล่างตึงขึ้นจริง แต่ไม่มากมายนัก เมื่อลมยางเพิ่มจะช่วงแค่การโคลงตัวหรือส่ายไปมาด้านข้างซ้าย-ขวา (เหมือนส่ายเอว) ซึ่งอาการนี้ลดน้อยลงจริงครับ แต่ว่าอาการกระแทกจากถนนที่เป็นหลุมบ่อหรือคอสะพาน จะกระเทือนมากขึ้นมีความตึงตังกว่าเดิมเล็กน้อย ทำให้รู้สึกว่ารับแรงสั่นสะเทือนมากขึ้น ในความเร็วต่ำ ๆ ถึงกลางจึง กระเทือนมากเกินไป 

 

 

 

ถีงแม้ลองเติมลมให้แข็งขึ้น หวังว่าจะช่วงให้ช่วงล่างตึงมืออีกหน่อย แต่กลับไม่ส่งผลในส่วนการรับแรงสะเทือนในแนวขึ้น-ลงซักเท่าไหร่ เมื่อขึ้นลงคอสะพานตกหลุมบ่อฝาท่อ โดยเฉพาะในถนน ประดิษฐ์มนูธรรม เลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และ ถนนรามอินทราช่วง กม. 4 - มีนบุรีนี่แหละ "รู้เรื่อง" ยังมีอาการกระเด้งและยวบอยู่ ส่วนบนทางด่วนเข้าโค้งหรือเปลี่ยนช่องทางแบบ "ดุดัน" นั้น ก็ยังไม่มั่นใจเช่นเดิม แต่ในทางกลับกัน หากขับขี่ในความเร็วปกติ เหมาะสมทั่ว ๆ หรือเน้นใช้งานแบบไม่ดุดัน มีเร่งแซงบ้าง ผมว่ารับได้ครับ เมื่อหักลบกับระบบและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีให้กับราคาระดับนี้ ผมว่าก็ยังคุ้มค่าอยู่นะ โดยสรุปว่าใครรับได้ ขับไม่เร็วแบบดุดันนักขับเดิม ๆ จบเลย แต่ถ้าทนไม่ไหวอาจเริ่มจากเปลี่ยนยางรุ่นดี ๆ สักชุด หรือจะไปต่อด้วยโช้คอัพอีกก็น่าจะขับดีขึ้นเป็นคนละคันเลย

 

อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าเทียบกับความแรงนับว่าดี

แม้แบตเตอรี่จะมีจนาด 61 kW วิ่งได้ 450 กม. จามสเปค แต่ก็เพียงพอใช้การใช้งานในเมืองในทุก ๆ วัน ที่ไม่เกิน 380 กม.ต่อวัน!!! ความจริงใช้ 80 - 100 กม.ต่อวัน ก็สบาย ๆ  2 วัน ชาร์จทียังไหว โดยให้อัตรากินไฟเฉลี่ยขับแบบทั่วไปในเมืองรถติด ขึ้นทางด่วนเร่งแซงบ้าง ก็ราว 13- 14 kWh/100 km อยู่ในความประหยัด เมื่อเทียบกับขนาดตัว และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าระดับนี้ และเมื่อลองเหยียบยาวความเร็วคงที่สูง ๆ มาก ๆ (ไม่บอกว่าเท่าไหร่) ก็กินไฟเพียง 15 - 16 kWh/100 km. เท่านั้น ตัวเลขระดับนี้ผมถือว่าประหยัดแล้ว สำหรับรถไฟฟ้าพลัง 300 กว่าม้า และบางครั้งขับเนียน ๆ ต่ำลงมาที่ 12 กว่า kWh/100 km ด้วยซ้ำ

 

 

  

การชาร์จไฟแบบ DC รองรับ 230 kW นับว่าแรงแบบระดับหัวแถวของรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในระดับเดียวกันและหลาย ๆ รุ่นในไทย แต่สุดท้ายก็ขึ้นกับว่าคุณชาร์จกับหัวจ่ายอะไร แรงเท่าไหร่ ที่ไหน หากใช้งานปกติก็คงเป็นสถานีชาร์จตามปั้มต่าง ๆ ในที่นี้ผมใช้ EVstation Pluz ของ PTT นั่นแหละครับ ง่ายสุด ตู้ที่จ่ายแค่ 120 kW แต่ไม่เต็มจ่ายจริงแค่ 80 kW หรือบางครั้งมีรถข้าง ๆ มาแจมก็ลดลงเหลือ 50 กว่า ๆ แต่สุดท้ายก็ใช้เวลาสั้นมาก 20 นาทีก็ได้ไฟจาก 43% ถึง 74% ได้ไฟมา 31% ระยะเพิ่มอีก 159 กม. แค่นี้ก้น่าจะพอให้เดินทางต่อได้แล้วครับ

 

 

  

ความสะดวกสบาย 7/10

สิ่งอำนวยความสะดวกในการขับขี่ของคนขับเป็นสิ่งแรกที่ต้องลองใช้งาน ใน Zeekr X บอกเลยว่ายังต้องปรับตัวอีกหลายวันกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ทั้งการปรับกระจกมองข้างที่ต้องกดปรับในจอกลาง ปรับทิศทางลมแอร์ก็ในจอ ระบบเบรกมือไฟฟ้าหรือ Auto Brake Hold ก็ในจอ เปิด-ปิดไฟหน้าในจอ ยังดีที่มีให้ปิดตอนจอดตากแอร์ในรถ ส่วนจอคนขับก็มีขนาดเล็กไปหน่อย และปรับอะไรไม่ได้มาก ซึ่งอาจจะออกแบบมาให้มองลอดผ่านพวงมาลัยได้พอหรือเปล่า?

 

 

 

ลูกเล่นบนจอกลางนั้นไหลลื่นไม่มีหน่วงด้วย Qualcomm Snapdragon 8155 ในปัจจุบันนับว่าก็ยังฉลาดอยู่ แต่ก็มีบางฟังก์ชั่นยังงง ๆ อยู่ เช่น เนวิเกเตอร์นำทางที่ค้นหาอะไรไม่เจอสักอย่าง อาจต้องใส่ชื่อเป็นทางการหน่อยถึงจะเจอ แต่สุดท้ายใช้ อากู๋ง่ายกว่า และเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วย สรุปว่าในส่วนของจอกลางนั้น ต้องนั่งเล่นจนคล่องและเข้าใจก่อนจะขับ เพราะขับไปปรับไปหาเมนูไป ระบบเตือนคนขับไม่มีสมาธิก็จะดังตลอด และถ้าจะปิด ก็ต้องเข้าไปหาในจออยู่ดีครับ ดังนั้นใครซื้อ Zeekr X ไปแล้ว ยอมเสียเวลาคลุกคลีกับหน้าจอนั่งเล่นฟังก์ชั่นต่าง ๆ ให้ชำนาญก่อนขับจะดีกว่าครับ 

  

เบาะคนขับแรก ๆ นั่งสบายสไตล์บักเก็ตซีต แต่นั่งนาน ๆ เริ่มเมื่อ ต้องขยับตัวเปลี่ยนท่าทางบ่อย ๆ แต่ขับเร็วแล้วอย่างน้อยก็โอบกระชับรับสัดส่วนได้ดี มีเป่าลมเย็นคู่หน้าช่วยคลายร้อนได้อีกด้วย เบาะหลังกว้างกว่าที่เห็น และนั่งสบายกว่าเบาะคู่หน้าอีก และสิ่งที่ชอบอันดับต้นในห้องโดยสารคือ สายเข็มขัดสีแดง แรงทุกโค้ง บอกแล้วว่าเค้าเน้นเป็นสปอร์ตพรี่เมี่ยม! 

  

ระบบเครื่องเสียง YAMAHA ใว้ใจได้ สำหรับผม เพียงพอแล้วในการฟังเพลง ได้ทั้ง แหลม กลาง และทุ้มของเบสที่ลึก ๆ ไม่กระแทกหนักจนมึนหู และแยกมิติซ้ายขวาได้ชัดเจนจริง ๆ และยังฟังได้เสียงที่ดีในทุกตำแหน่งที่นั่ง น่าพอใจและไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชุดลำโพงให้เสียประวัติรื้อแผงประตูด้วย ส่วนใครหูทองจริง ๆ ก็อาจหา ซับวูฟเฟอร์ หรือ ทวิทเตอร์เสียงแหลมเพิ่มอีกก็น่าจะพอแล้ว 

 

 

  

ระบบความปลอดภัย ADAS เต็มระบบ 9 /10 

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS มีให้เต็มระบบ ที่โดดเด่นคือ ระบบควบคุมความเร็วแปรผัน ที่มาพร้อมระบบช่วยเปลี่ยนช่องทาง หรือแซงให้อัตโนมัติ ที่นับว่าทำงานได้ไม่น่ากลัว เหมือนรถบางรุ่น ที่เมื่อตรวจจับเลนที่จะแซงว่าก็เปลี่ยนออก ทั้งที่รถที่วิ่งมาในเลนนั้น อยู่ไกลจริงแต่ขับเร็วมาก อาจโดดทิ่มก้นได้ นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติ กล้องรอบคันชัดแจ๋ว 

 

 

 

Zeekr X Standard น่าจจะเน้นการใช้งานระบบ ความปลอดภัยและสมรรถนะ ที่คุ้มกับราคา 899,000 บาท ใช้งานในชีวิตประจำวันที่ไม่ขับโหด ๆ ดุดันบ่อย ๆ และยังเป็นรถรุ่นที่มองดูแล้วให้ความหรูหราในตัวเอง วัสดุภายในทำได้ดี สามารถผสานความสปอร์ตหรูได้ลงตัว และคุ้มกับราคาที่ต้องจ่ายเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน ณ ตอนนี้  

 

นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวในการทดลองใช้งาน อาจมีแตกต่างกันและไม่ต้องเชื่อผม ควรไปทดลองจับ สัมผัสและขับด้วยเองก่อนว่าในราคานี้คุ้มหรือไม่ ตอบโจทย์การใช้งานของแค่ไหน ส่วนไหนรับได้หรือไม่ได้อย่าง ซื้อไปใช้งานลักษณะใด ก่อนตัดสินใจซื้อนะครับ เพราะว่าคุณต้องรับและเข้าใจว่า รถยนต์ไฟฟ้า อาจเป็นรองทั้งเรื่องบริการหลังขาย ราคาขายต่อ ความเสื่อมสภาพของระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่

ปล. ZEEKR มีรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กม.  และรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน)  

 

บทความ: สินธนุ จำปีศรี

 

 

 

 


Share this article


Related News/Articles

เปิดประวัติ MITSUBISHI PAJERO เอสยูวีสายลุยระดับตำนาน

6 July 2026

ลองขับ MG URBAN ตัวท็อป ออปชั่นครบ 709,900 บาท นาทีนี้คุ้มไหม?

29 June 2026

เติมน้ำมัน 1 ลิตร เสียค่าอะไรไปบ้าง? พาส่องโครงสร้างราคาน้ำมันประเทศไทย

19 June 2026

รอมานาน ORA 7 ผลิตโดย BMW หลังจากร่วมมือกันสร้าง MINI ไฟฟ้า

16 June 2026

พัฒนาอุสาหกรรมแล้วต้องมีป่าเพื่อรักษาสมดุลใน “รักษ์โลกกับลามิน่า”

4 June 2026

CEO Lamborghini อดในไม่ไหวขอแซว Ferrari Luce

29 May 2026

BYD Sealion 5 DM-i EV Mode ผ่ากลางเมืองรถติดสุดพีคระยะทางกว่า 50 กม.ได้เท่าไหร่?

26 May 2026

Ford Ranger XLS 2026 เครื่องใหม่โซ่ไทม์มิ่ง เกียร์ 10 สปีด อัตราบริโภคน้ำมัน 13 กม./ลิตร ค่าตัว 939,000 บาท

21 May 2026

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ Privacy Policy

Accept