Toyota ยืนยันว่า C-HR BEV รุ่นใหม่ปี 2026 จะมีราคาเริ่มต้นที่ 37,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,169,000 บาท) ทำตลาดในอเมริกา 2 รุ่นย่อย
- C-HR SE ราคา 37,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,169,000 บาท)
- C-HR XSE ราคา 39,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,233,000 บาท)
C-HR BEV ใช้แพลตฟอร์ม e-TNGA และมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ให้กำลังรวม 343 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำเวลาได้ประมาณ 5 วินาที และใช้แบตเตอรี่ขนาด 74.7 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 467 กม. มาพร้อมพอร์ตชาร์จ NACS และระบบชาร์จเร็วที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10-80% ได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที
ตัวรถรูปทรงแบบคูเป้มาพร้อมชุดไฟรูปตัว C และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ติดตั้งที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ราวหลังคา และฝาท้ายไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ภายในมาพร้อมหน้าปัดเรือนไมล์ดิจิทัล และระบบ Toyota Audio Multimedia ขนาด 14 นิ้ว รวมถึงพวงมาลัยและเบาะนั่งคู่หน้าปรับอุณหภูมิได้ พร้อมวัสดุหุ้มเบาะผ้าและ SofTex เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สายแบบคู่ และระบบเครื่องเสียง 6 ลำโพง Paddel Shift หลังพวงมาลัย ซึ่งสามารถใช้ควบคุมระบบหน่วงไฟฟ้า (Regenerative Braking) ได้
ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense 3.0 ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน ประกอบด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันที่ทำงานได้ทุกช่วงความเร็ว ระบบเตือนออกนอกเลนพร้อมช่วยควบคุมพวงมาลัย และระบบป้องกันการชนพร้อมตรวจจับคนเดินถนน ระบบช่วยติดตามเลน ระบบอ่านป้ายจราจร ระบบช่วยขับขี่เชิงป้องกัน และระบบไฟสูงอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีระบบเตือนก่อนเปิดประตูเมื่อมีรถผ่าน ระบบตรวจจับมุมอับสายตา และระบบช่วยจอดด้านหน้า-หลังพร้อมเบรกอัตโนมัติ
สำหรับรุ่นท็อป C-HR XSE จะมาพร้อมกับล้อขนาด 20 นิ้ว สี Gun Metal พร้อมห้องโดยสารที่อัปเกรดด้วยเบาะ SofTex และวัสดุหนังกลับสังเคราะห์ เบาะทั้งสองฝั่งสามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง มีระบบบันทึกตำแหน่งเบาะคนขับ ระบบช่วยขับขี่ในสภาพจราจรติดขัด ระบบช่วยเปลี่ยนเลน และกล้องมองภาพรอบคันแบบพาโนรามา
แม้โตโยต้าจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด แต่ได้ระบุว่าจะมีออปชันเสริมบางรายการ เช่น สีตัวถังแบบทูโทน และหลังคากระจกพาโนรามา















