EN / TH

WULING EKSION “Go Big Go Eksion – ใช้ชีวิตให้ใหญ่ขึ้น” เริ่ม 799,000 บาท

1 ตุลาคม 2569

Suzuki ยืนยันพัฒนา Light REEV ขยายระยะทางผสานไฮบริดและแนวทาง multi-pathway

30 กันยายน 2569

พีทีที สเตชั่น ต่อโปรเติมเองลด 1 บาท/ลิตร ถึง 31 ต.ค. 69 ช่วยแบ่งเบาค่าเดินทางหลังน้ำท่วม

30 กันยายน 2569

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเปิดบริการตรวจเช็กและซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า

30 กันยายน 2569

BMW ซีรีส์ 3 ใหม่ แรงสุด 437 แรงม้า เตรียมบุกตลาดสหรัฐฯ ปีหน้า

30 กันยายน 2569

เดือด...! Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 สนามที่ 3/4 Hilux REVO Racing Mania 2026 สนามที่ 2 บุรีรัมย์

30 กันยายน 2569

MAZDA 6e ซีดานไฟฟ้าลูกครึ่งสุดคุ้ม...ขับดี แบตฯ ใหญ่ แต่ปรับตัวเยอะ

29 กันยายน 2569

เปิดราคา iCAUR V27 REEV มาพร้อม 3 รุ่นย่อยเริ่มแค่ 9 แสนกว่าบาท

29 กันยายน 2569

TANK 500 3.0T ไม่ใช่แค่แรงขึ้น..แต่ประหยัดด้วย

26 กันยายน 2569

เรื่องเก่าเล่าใหม่...ที่คนใช้รถต้องรู้ “ลุยน้ำท่วม” ควรระวังอะไร?

26 กันยายน 2569

The all-new electric GLC เทคโนโลยีวิ่งไกล 600 กม. คาดไม่เกิน 3.7 ล้านบาท พร้อมปรับราคา 11 รุ่น ลดกว่า 1 ล้านบาท

24 กันยายน 2569

Mercedes-Benz G 450 d Vintage Look แต่งครบย้อนต้นตำหรับ “King of Off-Road” เริ่ม 12,700,000 บาท

24 กันยายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์ไฟฟ้า

Toyota bZ4X เปิดราคา นำเข้าจากญี่ปุ่น ทำตลาด 2 รุ่น 1,529,000-1,649,000 บาท

7 พฤศจิกายน 2568| จำนวนผู้เข้าชม 3,333

 

Toyota bZ4X รุ่นปี 2025 ทำตลาดในประเทศไทยทั้งหมด 2 รุ่นย่อย นำเข้า CBU จากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่

  • bZ4X FWD   ราคาจำหน่าย 1,529,000 บาท

  • bZ4X AWD   ราคาจำหน่าย 1,649,000 บาท

 

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน 2,000 ท่านแรก ไปแล้วก่อนหน้า จะได้รับสิทธิพิเศษดังนี้

  • ส่วนลดเงินสด มูลค่า 20,000 บาท

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน)

 

*สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้ลงทะเบียนจะได้รับประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD ฟรี

 

ตัวรถมาพร้อมกับการรับประกันดังนี้

  • รับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้า และการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ไฟฟ้า 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ TCFR Plus+ 5 ปี หรือ 150,000 กม.

 

สิ่งที่ Toyota bZ4X ได้รับการปรับปรุงเพิ่มขึ้นได้แก่

 

ภายนอก

  • ไฟหน้า Full LED ใหม่

  • Center Lamp ใหม่

  • กระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่

  • ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่

  • ซุ้มล้อสีดำเงา

 

ภายใน

  • แผงคอนโซลดีไซน์ใหม่ วัสดุ TPO

  • คอนโซลกลางออกแบบใหม่ แยกปุ่มควบคุมกับจอกลาง

  • พวงมาลัยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลดลง

  • ก้านพวงมาลัยแบบบ้าง

  • นำโครงครอบบริเวณมาตรวัดออก

  • นำคานหลังคากระจกออก ให้เป็นกระจกแผ่นเดียว

  • เพิ่ม Paddle Shift คุมแรงหน่วง

  • แผงประตูบุนุ่ม

  • เพิ่ม ไฟ Ambient Light ปรับได้ 64 สี ทำงานร่วมกับระบบ Safe Exit

  • หน้าจอกลางเพิ่มขนาดเป็น 14 นิ้ว (เดิม 12.3 นิ้ว)

  • กระจกมองหลังแบบดิจิทัล

  • Wireless Charger 2 ตำแหน่ง 15W (เดิม 1 ตำแหน่ง 10W)

  • USB Type-C ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง เพิ่มกำลังไฟเป็น 60W (เดิม 15W)

  • เพิ่ม เบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า

  • เพิ่ม ระบบกรองอากาศ nanoe

 

สมรรถนะ

  • เพิ่มความแข็งแรงของตัวถัง ปกป้องแบตเตอรี่ดีขึ้น

  • ปรับจูนช่วงล่างใหม่ แข็งแรงขึ้น

  • ปรับจูนสปริงและโช๊คอัพใหม่ ลดแรงกระแทกลง โดยเฉพาะเบาะหลัง

  • เพิ่มวัสดุซับเสียง

    • เพิ่ม Acoustic Glass กระจกคู่หน้า

    • เพิ่มวัสดุโฟมสำหรับตัวถัง

    • เพิ่มประสิทธิภาพการซีลของกระจกบานหลัง

    • เพิ่มท่อเก็บเสียงซุ้มล้อในห้องโดยสาร

    • เพิ่มวัสดุซับเสียงบังโคลนด้านหน้า

  • มอเตอร์ขับเคลื่อนรุ่นใหม่ พละกำลังมากขึ้น

    • รุ่น AWD พละกำลัง 343 แรงม้า (เดิม 218 แรงม้า) แรงบิดมอเตอร์หน้า 269 นิวตันเมตร มอเตอร์หลัง 170 นิวตันเมตร

    • รุ่น FWD พละกำลัง 224 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์หน้า 269 นิวตันเมตร

  • แบตเตอรี่ความจุมากขึ้น วิ่งได้ไกลขึ้น

    • แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 73.11 kWh เคลมวิ่งไกลสูงสุด 600 กิโลเมตร

  • ใช้ระบบหล่อเย็นและระบบปรับอากาศในการระบายความร้อน

  • ชาร์จ AC ได้เร็วขึ้น

    • รองรับกำลังไฟสูงสุด 22 kW (เดิม 11 kW) 10-100% ภายใน 3.5 ชม. (เดิม 6.5 ชม.)

  • เพิ่มถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าคนขับ เป็นทั้งหมด 8 ตำแหน่ง (เดิม 7 ตำแหน่ง)

 

สีตัวถังมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี จับคู่กับภายใน 2 สี ได้แก่

  • สีเทาหลังคาดำ Precious Metal / Black Roof (ภายในสีดำ)

  • สีขาวมุกหลังคาดำ Platinum White Pearl / Black Roof (ภายในสีดำ)

  • สีแดงหลังคาดำ Emotional Red / Black Roof (ภายในสีดำ)

  • สีดำ Attitude Black Mica (ภายในสีเทาอ่อน)

 

สิ่งที่รุ่น AWD แตกต่างจากรุ่น FWD ได้แก่

  • ขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อม X-Mode

  • พละกำลังรวม 343 แรงม้า (รุ่น FWD 224 แรงม้า)

  • 0-100 กม./ชม. 5.1 วินาที (รุ่น FWD 7.4 วินาที)

  • ระบบเครื่องเสียง JBL

  • ลำโพง 9 ตำแหน่ง (รุ่น FWD 6 ตำแหน่ง)

  • โลโก้ AWD บริเวณด้านท้าย

  • ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าสูงสุด 570 กิโลเมตร NEDC (รุ่น FWD 600 กิโลเมตร)

 

มิติตัวถัง Toyota bZ4X 2025

  • ความยาว   4,690 มิลลิเมตร 

  • ความกว้าง   1,860 มิลลิเมตร

  • ความสูง   1,650 มิลลิเมตร

  • ระยะฐานล้อ   2,850 มิลลิเมตร

  • ความกว้างช่วงล้อหน้า / หลัง   1,600 / 1,610 มิลลิเมตร

  • Ground Clearance   200 (AWD) / 201 (FWD) มิลลิเมตร

  • รัศมีวงเลี้ยว   5.6 เมตร

 

 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

Toyota BZ4X AWD นำเข้าญี่ปุ่นแพงนะ...แต่แรงเนียนนุ่มสมูทตี้ ไม่ต้องปรับตัว ไม่เน้นวิ่งไกล แต่ขับที่ไร..หลงรักทุกที

24 กันยายน 2569

ซาอุฯ เปิดตัวรถแบรนด์ใหม่ครั้งแรกในโลก เซีย เอ็กซ์โซบอท

23 กันยายน 2569

เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน 7 เดือนเติบโต 0.1%

17 กันยายน 2569

DENZA Z9GT Super EV 1,100 แรงม้า BYD FLASH ชาร์จไฟ 10–97% ใน 9 นาที ครั้งแรกในไทย 2,899,900 บาท

17 กันยายน 2569

มาเลเซียเข้มกำแพงภาษีบีบรถนำเข้า BYDเร่งประกอบในประเทศ

14 กันยายน 2569

เผยโฉม SUZUKI e SKY รถไฟฟ้า Kei Car แบต 26 kWh ชาร์จ DC 50 kW

25 สิงหาคม 2569

LEPAS เตรียมเปิดตัวรถยนต์ในไทยอีก 2 รุ่น L8 และ L6 SIVP ช่วงปลายปี 2026

24 สิงหาคม 2569

MAXUS eDELIVER รถตู้ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ เปิดราคา 990,000-1,300,000 บาท

24 สิงหาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ