EN / TH

ยังไม่เคาะ! รอเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ 3 Tiers สูงสุด 30% คาดเริ่ม 1 ม.ค. 70

20 ตุลาคม 2569

เปิดตัวแบรนด์ SMART รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม Mercedes-Benz Design ภายใต้กลุ่มธนบุรี รุ่นเริ่มต้น 1, บาท

20 ตุลาคม 2569

PT Maxnitron Racing Series 2026 ปิดเมืองแข่ง ขับเคี้ยวสุดมันทั้งรุ่นเล็กใหญ่ พร้อมกิจกรรมมากมาย จ. สงขลา 16 - 18 ต.ค. 2569

16 ตุลาคม 2569

Tesla Roadster เปิดตัวแบบลอยฟ้าบินได้ใช้เทคโนโลยี SpaceX 0-96 กม./ชม.ใน 0.8 S.

16 ตุลาคม 2569

Porsche เผยโฉม Mission S แพลตฟอร์มอนาคตรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเครื่องยนต์วางกลางอันทรงพลัง

16 ตุลาคม 2569

Hyundai Tucson N Line 2027 จำหน่ายเฉพาะในตลาดยุโรปเท่านั้น

16 ตุลาคม 2569

GM มีแผนทดสอบรถ Silverado 3500 ไร้คนขับสำหรับกองทัพในปีหน้า

15 ตุลาคม 2569

เปิดตัว Atto 8 SUV 3 แถวในยุโรป ณ งาน Paris Motor Show รุ่นท็อป 764 แรงม้า มาพร้อม Flash Charging เพียง 5 นาที

15 ตุลาคม 2569

NEW YAMAHA R15M ลายพิเศษ Monster Black ถ่ายทอด DNA ความแรงจาก YZR-M1 เพียง 100 คัน!

15 ตุลาคม 2569

โตโยต้า ชวนสัมผัสรถยนต์ BEV และ HEV เต็มรูปแบบใน “bZ4X COMPLETE YOUR EXPERIENCE” และ “TRUST ME DRIVE FEST” ตลอดตุลาคมนี้ ณ TOYOTA ALIVE

15 ตุลาคม 2569

ฟอร์ดฉลอง 30 ปี สมาชิก Ford Rewards Club ลุ้นทองคำ iPhone 18 และอื่นๆ กว่า 100 รายการ

14 ตุลาคม 2569

เปิดตัว smart #2 ที่ Paris Motor Show ลูกคนเล็ก Mercedes-benz ในตำนาน และรุ่นพิเศษจำกัดประเทศละ 999 คัน

14 ตุลาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์ไฟฟ้า

นี่คือ Ferrari Luce พลังไฟฟ้ารุ่นแรกของโลก พลัง 1,035 แรงม้า วิ่งได้ 530 กม.พร้อมเสียงคำรามของจริง!

26 พฤษภาคม 2569| จำนวนผู้เข้าชม 938

Ferrari Luce ซูเปอร์คาร์ ฉีกแนวที่คุ้นเคย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นแรกของโลก 1,035 แรงม้า วิ่งได้ 530 กม.และพร้อมเสียงคำรามของจริง! โดย Ferrari Luce (ลูเซ่) ไม่ได้ผลิตเพื่อรักษ์โลก (นั่นคือผลพลอยได้) ไม่ได้ตามกระแส EV โลก และไม่ได้ผลิตเพื่อจำหน่ายแบบกลุ่มรถทั่วไป แต่ยังความเป็นแบรนด์ซูเปอร์คาร์พรีเมี่ยม สำหรับลูกค้า ที่ต้องการเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ค่าตัวราว ๆ 5 - 6 แสนยูโร

 

ด้วยความเป็นแบรนด์ระดับโลกนี้เอง จึงต้องทำการบ้านมากมายกว่าจะออกมาเป็น Ferrari Luce อย่างที่เห็นนี้ หนึ่งในนั้นคือ มอบหมายให้ LoveFrom สตูดิโอออกแบบของ Jony Ive และ Marc Newson ผู้เคยอยู่เบื้องหลังงานดีไซน์ระดับตำนานของ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone หรือ Apple Watch เข้ามารังสรรค์ทั้งภายนอกและภายในของ Luce 

 

ผลลัพธ์ที่ได้…คือ Ferrari ที่ไม่เหมือน Ferrari (Gasanova ไม่ได้ร้องไว้)!

เส้นสายของ Luce สะอาด เรียบ ลื่น และเต็มไปด้วยกลิ่นอาย Futuristic แบบ Silicon Valley มากกว่าอิตาเลียนดิบเถื่อนตามขนบเดิม ด้านหน้ามีปีกขนาดใหญ่คล้าย Dodge Charger Daytona ขณะที่เส้นไฟท้ายกลับชวนให้นึกถึง Nissan Skyline หรือ Chevrolet Impala มากกว่าจะเป็น 458 Italia หากไม่มีโลโก้ "Ferrari" บนตัวรถ คงเดายากว่า นี่ใช่ม้าลำพองหรือ?! 

 

ครั้งแรก ที่ใช้ล้อหน้าขนาด 23 นิ้ว ล้อหลัง 24 นิ้ว ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยติดตั้งใน Ferrari บนถนนจริง ประตูหลังแบบ Suicide Door เปิดกลับด้าน เพิ่มความสะดวกสบายและดูแปลกใหม่ ภายในห้องโดยสารก็เต็มไปด้วยลูกเล่นสาย Geek ตั้งแต่พวงมาลัยอะลูมิเนียมรีไซเคิล หน้าจอ OLED ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ไปจนถึงกุญแจที่ใช้ Gorilla Glass และเทคโนโลยี E Ink แม้แต่การเปิด Launch Mode ยังไม่ใช้ปุ่มธรรมดา เพราะ Ferrari เลือกใช้ “คันดึงเหนือศีรษะ” ราวกับอยู่ในห้องนักบิน

 

 

 

ที่สำคัญ Luce ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแข่งกับรถ EV หรูทั่วไป เพราะคนที่ซื้อ Ferrari ไม่ได้ต้องการเพียงความเร็ว แต่ต้องการ “ความรู้สึกพิเศษ” ต้องการความไร้เหตุผล ต้องการอารมณ์ที่รถยนต์ธรรมดาให้ไม่ได้ และนั่นคือโจทย์ที่ยากที่สุดของ Ferrari ไม่ใช่การสร้างรถไฟฟ้าให้เร็ว แต่คือการสร้างรถไฟฟ้า…ที่ให้ DNA แปลกใหม่สำหรับผู้ชื่ชอบและลูกค้า Ferrari 

 

ทำการบ้านเรื่องเสียงมาดี!

Ferrari รู้ดีว่า “เสียง” คือหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้คนหลงรักม้าลำพอง และสำหรับ Luce แม้ไม่มีเครื่องยนต์แต่ สามารถได้ฟังเสียงเร้าใจไม่แพ้ เพราะเสียงของรถคันนี้ไม่ใช่เสียงปลอม "ไม่ใช่เสียงสังเคราะห์จากลำโพงแบบ EV ทั่วไป" ที่พยายามแต่งตัวให้ดูเร้าใจ แต่ "ซูเซ่" เป็น “เสียงจริง” ที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของชิ้นส่วนภายในระบบขับเคลื่อน โดย Ferrari ติดตั้ง Precision Accelerometer ไว้บริเวณเพลาหลัง เพื่อจับแรงสั่นสะเทือนจากมอเตอร์ไฟฟ้า ก่อนส่งผ่านระบบที่ Ferrari จดสิทธิบัตรไว้ ทำหน้าที่กรอง ปรับแต่ง และขยายเสียงในลักษณะคล้ายกีตาร์ไฟฟ้า และคนขับยังสามารถปรับระดับความดังได้ตามต้องการอีกด้วย เสมือนฟังเพลงร็อคหรือเปล่า นอกจากเสียงแล้ว Luce ยังมาพร้อมระบบ Torque Shift Engagement ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างฟีลลิ่งคล้าย Engine Brake ของรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาป ให้การถอนคันเร่งยังคงมีน้ำหนัก มีจังหวะ และมีอารมณ์แบบ Ferrari ที่แฟนพันธุ์แท้คุ้นเคย

 

มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ชุดและให้แรงบิดสูงสุด 8,482 lb-ft (11500 Nm) วัดที่ล้อ 

ขุมพลังของรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ซึ่ง Ferrari พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีใน Ferrari F80 ซูเปอร์คาร์ระดับเรือธงของค่าย ให้กำลังรวมสูงสุด 1,035 แรงม้า พร้อมติดตั้ง Subframe แบบยืดหยุ่นพิเศษเพื่อลดแรงสะเทือนจากพื้นถนน และทำให้รถหนักเกือบ 2.3 ตันคันนี้ยังคงขับได้อย่างนุ่มนวลและเฉียบคม แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 122 kWh เทคโนโลยี 800V รองรับการชาร์จ DC Fast Charge สูงสุด 350 kW สามารถเติมพลังงานกลับได้ถึง 70 kWh ภายในเวลาเพียง 20 นาที วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 329 miles (530 km) WLTP อยู่ระหว่างการอนุมัติของ Estimation (under homologation)

 

กำลังสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 4 ชุดนั้น ทำรอบได้สูงถึง 25,000 รอบ/นาที มากถึง 1,035 hp (772 kW / 1050 PS) และแรงบิดสูงสุด 730 lb-ft (990 Nm) แต่ว่าทางเฟอรารี่แจ้งตัวเลขแรงบิดที่วัดลงล้อด้วยเครื่อง dyno test ระดับ 8,482 lb-ft (11500 Nm) Launch Control mode และทำ 0-100 km/h ใน 2.5 วินาที และ 0-200 km/h ใน 6.8 วินาทีเท่านั้น

 

แต่สิ่งที่ Ferrari ภูมิใจมากกว่าความเร็วในการชาร์จ คือ “โครงสร้างแบตเตอรี่” ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เก็บพลังงานเพียงอย่างเดียว เพราะมันถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวถัง เพิ่มความแข็งแรงในการบิดตัวได้ถึง 35% และเพิ่มความแข็งแรงตามแนวโค้งงออีก 25% เมื่อเทียบกับ Ferrari 4 ประตูรุ่นก่อนหน้า

 

Luce ไม่ได้เป็นเพียง Ferrari ไฟฟ้า แต่มันคือ Ferrari ที่กำลังพยายามนิยามคำว่า “Ferrari” ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง 

Ferrari เตรียมเปิดรับจอง Luce อย่างเป็นทางการในยุโรปช่วงปลายปีนี้ พร้อมค่าตัวระดับประมาณ 520,000 ยูโร หรือทะลุ 600,000 ดอลลาร์สหรัฐไปแล้วตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้โลกเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า…Ferrari ก็ยังคงเป็น Ferrari และความฝันของม้าลำพอง ก็ยังเป็นของคนเพียงไม่กี่กลุ่มเช่นเดิม สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ ลูกค้าจะต้องรอกันยาวกว่า เพราะ Ferrari วางแผนส่งมอบรถในสหรัฐฯ ช่วงไตรมาส 2 ปี 2027 ขณะที่ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในตลาดอเมริกายังไม่มีการเปิดเผยจากมาราเนลโล่

 

แต่สิ่งที่ชัดเจนแล้วก็คือ Luce ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแข่งขันเรื่อง “ความคุ้มค่า” มันคือสินค้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนสถานะ รสนิยม และอนาคตของ Ferrari ในโลกยุคใหม่ โลกที่แม้เสียง V12 จะค่อย ๆ จางหายไป แต่แบรนด์ยังคงต้องขาย “อารมณ์” ให้ได้แพงที่สุดเหมือนเดิม 

 

Ferrari Luce "ความเงียบที่ยังเร้าใจ" 

ข้อมูลจาก : carscoops.com 

 

 

 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

Toyota BZ4X AWD นำเข้าญี่ปุ่นแพงนะ...แต่แรงเนียนนุ่มสมูทตี้ ไม่ต้องปรับตัว ไม่เน้นวิ่งไกล แต่ขับที่ไร..หลงรักทุกที

24 กันยายน 2569

ซาอุฯ เปิดตัวรถแบรนด์ใหม่ครั้งแรกในโลก เซีย เอ็กซ์โซบอท

23 กันยายน 2569

เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน 7 เดือนเติบโต 0.1%

17 กันยายน 2569

DENZA Z9GT Super EV 1,100 แรงม้า BYD FLASH ชาร์จไฟ 10–97% ใน 9 นาที ครั้งแรกในไทย 2,899,900 บาท

17 กันยายน 2569

มาเลเซียเข้มกำแพงภาษีบีบรถนำเข้า BYDเร่งประกอบในประเทศ

14 กันยายน 2569

เผยโฉม SUZUKI e SKY รถไฟฟ้า Kei Car แบต 26 kWh ชาร์จ DC 50 kW

25 สิงหาคม 2569

LEPAS เตรียมเปิดตัวรถยนต์ในไทยอีก 2 รุ่น L8 และ L6 SIVP ช่วงปลายปี 2026

24 สิงหาคม 2569

MAXUS eDELIVER รถตู้ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ เปิดราคา 990,000-1,300,000 บาท

24 สิงหาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ