หากญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิต คนที่เจ๊งไม่ไช่ญี่ปุ่น..."เพราะเขาขายรถทั่วโลก" ตลาดรถยนต์เมืองไทยตอนนี้ ทุกแบรนด์จากทุกประเทศขายรวมกันลุ้นให้ถึง 9 แสนคันยังยากเลยครับ ขณะที่โตโยต้าแค่แบรนด์เดียวปีที่ผ่านมาขายทั่วโลกถึง 10 ล้านคัน มันสะท้อนชัดว่า เราไม่ได้อยู่ในจุดที่ตลาดมันจะเติบโตเพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศใกล้เคียงอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย มีประชากรมากกว่าไทย และมีตลาดที่เติบโตได้มากขึ้นโดยเฉพาะเวียดนามที่ผู้คนเป็นคนรุ่นใหม่หลังภาวะสงคราม เทียบกับเมืองไทยที่การเมืองในประเทศไม่นิ่งมาตลอดระยะเวลาเกือบจะ 20 ปี เหตุผลแค่นี้ ก็มากพอที่จะทำให้ทุนต่างชาติมองหาทางเลือกอื่น
จริงอยู่ว่าแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง TOYOTA ISUZU MITSUBISHI และแบรนด์อเมริกาอย่าง FORD จะดูมีความมั่นคงกับฐานที่มั่นในไทย เพราะมีปิ๊กอัพที่ทำตลาดในประเทศได้ดี และเป็นฐานการผลิตส่งออกไปยังต่างประเทศได้มากมาย แต่สุดท้ายก็อาจจะเหลือแค่รถประเภทนี้จากญี่ปุ่นก็เป็นได้ ที่จะทำให้แบรนด์เหล่านี้ยังคงโรงงานไว้ ส่วนรถประเภทอื่นก็นำเข้ามาขายแทนตามแต่ละบริบท รุ่นไหนหยิบจากโรงงานประกอบเพื่อนบ้านอาเซียนได้ ก็เอามา หรือรุ่นไหนพอจะทำกำไรได้แม้โดนภาษีสูง ก็เลือกนำเข้าจากญี่ปุ่นมาเป็นบางรุ่น ฉะนั้นบางแบรนด์ที่มีโรงงานประกอบรถยนต์นั่งในไทยเป็นหลักโดยไม่มีโรงงานประกอบรถปิ๊กอัพในไทย อาจเลือกขายในไทยแบบนำเข้ามาแทน แล้วปิดโรงงานก็เป็นได้ หากกติกาจากภาครัฐไม่ถ่วงดุลอำนาจทุนต่างชาติได้ดีพอ สิ่งที่บอกอยู่ตอนนี้ ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้น ตัวอย่าง..ทุกวันนี้ FORD ประกอบรถยนต์ขายในไทยอยู่แค่ 3 โมเดลนะครับ Ranger, Ranger Raptor และ Everest ที่เหลือเป็นการนำเข้า Mustang มาขาย หรือแม้แต่ TOYOTA ก็มีหลายรุ่นที่นำเข้ามาขาย ไม่ประกอบในประเทศ อย่าง Lexus หรือ Alphard, Vellfire, Majesty หรือ SUZUKI ก็นำเข้า Jimny อยู่เนืองๆ MAZDA นี่ก็ทำมาตลอดไม่ว่าจะ MX-5, CX-5 หรือ CX-8 อย่าง Honda ก็เคยทำในหลายโมเดลเช่น Freed, BR-V และล่าสุดกับ Civic Type-R เป็นต้นครับ
สถานการณ์ปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนได้เปรียบด้านโครงสร้างภาษี ส่งผลกระทบต่อกลุ่มรถยนต์นั่งแบรนด์อื่นๆ บวกกับสภาพเศรฐกิจของไทยในตอนนี้ก็ไม่สู้ดีนัก กลุ่มการเมืองก็ไม่มีความชัดเจน มันส่งผลต่อการบริหารและผลักดันนโยบายในภาพรวม
แม้โลกกำลังผลักดันกระแส "green energy" แต่วันนี้โลกกำลังเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ยุโรปเองที่เป็นต้นคิดเรื่องนี้ ก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่เศรษฐกิจแข็งแรง เผชิญกับค่าครองชีพที่สูง และรัฐสวัสดิการที่อุ้มคนจำนวนมาก ตลอดจนภาวะสงครามในบางประเทศที่ส่งผลกระทบ ทำให้การผลักดันเรื่องพลังงานสะอาดกลายเป็นเรื่องถกเถียงถึงความเหมาะสม ทั้งด้านการพัฒนา การปรับตัวของผู้ใช้งาน เราจึงได้เห็นว่า รถยนต์พลังงานไฟฟ้า BEV มีการชะลอตัวทั่วโลก แต่ HYBRID ไม่ว่าจะเป็นแบบ PHEV หรือ REEV กลับมีตัวเลขที่เติบโต เมื่อเป็นเช่นนี้ จะให้ญี่ปุ่นที่ขายรถยนต์เติมเชื้อเพลิงสันดาปอยู่ทั่วโลกทั้งดีเซล, เบนซิน, Hybrid และ PHEV ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองทันทีภายในระยะเวลาไม่กี่ปีโดยที่กติกามันเสียเปรียบแบบที่รัฐฯไทยต้องการอยู่เพียงประเทศเดียว คำถามคือทำไมเขาต้องทำ..? เมื่อเขาขายรถยนต์ทั่วโลก แล้วประเทศอื่นยังไม่สามารถปรับตัวได้
ไทยกำลังสั่งให้ทุนเก่าลงทุนใหม่ในโปรดักส์ที่มันชะลอตัวทั่วโลก มีไม่กี่ประเทศที่เปลี่ยนได้ เพราะประชากรน้อย รถยนต์ก็ใช้กันไม่มาก และไม่มีอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศให้ต้องปกป้อง แล้วการที่ทุนเก่าต้องลงทุนใหม่ในโปรดักส์ใหม่ที่ตลาดต่างประเทศยังไม่มีความชัดเจนว่ามันจะเติบโตระยะยาวได้ หรือโวลุ่มตลาดไม่มากพอ คุณคิดว่าแค่กำลังซื้อในประเทศไทย มันเพียงพอที่จะให้เขามาเสี่ยงงั้นหรือ..? เพราะตลาดรถยนต์ไฟฟ้า BEV ในจีนที่ขายได้มากกว่าหลายประเทศเพราะประเทศใหญ่ ประชากรเยอะ แบรนด์ญี่ปุ่นเหล่านี้ก็มีโรงงานร่วมทุนกับแบรนด์ในประเทศจีนอยู่แล้ว แถมเป็นพวงมาลัยซ้าย คำถามคือ แล้วไทยจะบีบให้แบรนด์ญี่ปุ่นกับแบรนด์รถยนต์ประเทศอื่นรีบลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยแบบทุนจีนเพื่ออะไร..? เพียงเพราะให้โลกมองเห็นเราว่าเราลดคาร์บอน เราเป็น green energy เพื่อการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ทั้งๆที่สินค้าการเกษตรยังมียาค่าแมลง ทั้งที่โรงงานต่างๆยังปล่อยมลมากกว่ารถยนต์ ภาครัฐควรไปเข้มงวดกับพวกรถยนต์ที่คนไทยซื้อออกมาจากโรงงานแล้วปล่อยมลพิษเกินค่าที่โรงงานกำหนดก่อนจะดีกว่า หรือแก้ปัญหาฝุ่นที่ปัจจัยที่แท้จริงมันเกิดจากการเผ่าทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่จีนเอง รถยนต์ส่วนใหญ่ยังเป็นป้ายน้ำเงิน (รถสันดาป, Hybrid) ป้ายเขียว (รถยนต์ไฟฟ้า BEV) ยังมีสัดส่วนน้อยกว่า ส่วนที่เหลือเป็นป้ายเขียวแบบ PHEV และ REEV ขณะที่ฝั่งยุโรปจีนเติบโตมากในรัสเซีย เพราะรัสเซียทำสงคราม ทำให้โรงงานรถยนต์ต่างชาติยุติการผลิต เป็นเหตุในรัสเซียสั่งรถยนต์จากประเทศจีนไปจำหน่าย ส่วนยุโรปประเทศอื่นที่จีนเข้าไปทำตลาด สัดส่วนการขายยังไม่มากนัก เพราะรถยนต์ไฟฟ้าที่คนยุโรปเลือกใช้เน้นไปที่แบรนด์ยุโรปเอง นี่คือภาพความจริงที่เกิดขึ้น
ไม่ต้องถามว่า ทำไมเราไม่ผลิตรถยนต์เป็นของตัวเอง หรือมีเทคโนโลยีอื่นๆที่สร้างเม็ดเงินได้ เพราะเราเป็นคนไทยครับ เกิดตรงนี้ ภูมิศาสตร์แบบนี้ ทำให้เราไม่ต้องกระตือรือร้น วันที่เขาผลิตอาวุธล่าอาณานิคมกัน เรายังจับดาบซื้อปืนจากตะวันตกอยู่เลย บนแผนที่โลก ไทยไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นครับ ต่อให้เราจะสร้างแบรนด์เองในวันนี้ โลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว เราเริ่มต้นช้ากว่ายุโรป ช้ากว่าอเมริกา ช้ากว่าญี่ปุ่น ช้ากว่าจีน ช้ากว่าอินเดียด้วย และถามว่าทำไมวันนี้ประเทศอื่นเขาทำได้ คำตอบ จีนเป็นคอมมิวนิสต์มีประชากร 1.4 พันล้านคน เวียดนามเป็นคอมมิวนิสต์ที่มีผู้คนอยู่ในวัยหนุ่มและประชากรมากกว่าไทย อเมริกาที่เป็นประชาธิปไตย แต่ก็พัฒนาอาวุธขาย และมีนิวเคลียร์ มีประชากรกว่า 300 ล้านคน กลับมาที่ไทย "คุณคิดว่าไทยอยู่ตรงไหนในโลก"
บทความโดย: ตระกูล ลินทมิตร