วินฟาสต์ ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจากเวียตนาม อยู่ระหว่างการปูทางเพื่อแข่งขันกับตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งตามแผนของรถเวียตนามค่ายนี้จะทำการส่งมอบรถคันแรกในเดือน มิถุนายน 2567 ทั้งนี้วินฟาสต์ ได้เริ่มวางรากฐานแบรนด์และการรับรู้ ซึ่งจะมีบทบาทในการสร้างการยอมรับสำหรับลูกค้าชาวไทย
นางฮานา วู ซีอีโอ วินฟาสต์ประเทศไทย กล่าวในงานประชุมFuture Mobility Asia 2024 เมื่อเร็วๆนี้ ว่า ปรัชญาที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางของวินฟาสต์ ถือเป็นกลยุทธ์การขยายธุรกิจทั่วโลกของวินฟาสต์
"หลายปีที่ผ่านมาผู้ผลิตรถยนต์ แข่งขันกันในด้านความสามารถทางวิศวกรรม สมรรถนะในการขับขี่ และแต่ปัจจุบันภูมิทัศน์การแข่งขันได้เปลี่ยนไป ประสบการณ์ของลูกค้ากลายเป็นสมรภูมิรบใหม่"นางวู กล่าวย้ำและว่า
ในฐานะผู้มาใหม่ในตลาดEV วินฟาสต์ได้พัฒนาขีดความสามารถ อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างนวัตกรรม ให้กับผลิตภัณฑ์และสร้างกลยุทธ์ ธุรกิจที่เหมาะสมสำหรับแต่ละตลาด
สำหรับ วินฟาสต์ ได้ ให้ความสำคัญกับนโยบายหลังการขาย โดยนโยบายหลังการขาย และการรับประกัน วินฟาสต์ ให้คำมั่นว่าจะให้บริการลูกค้าอย่างดีเยี่ยม ด้วยการรับประกันเป็นเวลา7-10ปี/160,000-200,000กม. ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดในตลาดของประเทศไทยเพื่อให้การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงได้ลดอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในการนำมาใช้" นางฮานากล่าว
เนื่องจากความซับซ้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในท้องถิ่น วินฟาสต์ ได้ให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายในแต่ละตลาดเป้าหมายประสบการณ์ในตัวแทนจำหน่าย ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภคการสร้างตัวแทนจำหน่ายที่แข็งแกร่ง
"การขยายเครือข่าย ของเราไปยังเมืองใหญ่ๆและมอบโซลูชันการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่ปลอดภัยสะดวกและชาญฉลาด วินฟาสต์ กำลังปูทางไปสู่ระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าที่ยั่งยืนและสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นด้วยการส่งเสริมความร่วมมือและให้ความสำคัญกับโซลูชันที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง"
เมื่อเร็วๆ นี้ เวบไซต์ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ รายงานถึงแผนการล่าสุดของวินฟาสต์ ในการเลือกจำหน่ายรถในไทย โดยอ้าง คำให้สัมภาษณ์ของ ฮานา วู ที่ระบุว่า รถรุ่นแรกของวินฟาสต์ ที่จะเปิดตัวในเดือน มิถุนายนนี้คือ VF5 ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากรุ่นทีได้วางแผนไว้ หลังจากได้สำรวจ ความต้องการของ ผู้บริโภคในงานบางกอก มอเตอร์ โชว์ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
"ก่อนหน้านี้ วินฟาสต์ ได้แถลงแผนธุรกิจในไทย โดยจะเริ่มทำตลาดด้วยรถรุ่น VF e34 ในเดือนมิถุนายน จากนั้นตามด้วยรุ่น VF 5 ในเดือนสิงหาคม-กันยายนและเปิดตัว VF 6 และ VF 7 ภายในสิ้นปี 2567"
ส่วนรูปแบบการจำหน่ายที่ก่อนหน้านี้ วินฟาสต์ ระบุว่ามีแผนที่จะนำรูปแบบการขายจากเวียดนาม และอินโดนีเซีย มาใช้ในไทยคือ การบอกรับสมาชิกสำหรับแบตเตอรี หรือ ขายเฉพาะตัวรถ แต่ให้เช่าแบตเตอรีใช้งาน
เพื่อลดภาระเงินการวางเงินก้อนแรกในการเป็นเจ้าของรถ อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค และความเห็นของ ตัวแทนจำหน่าย พบว่า การเช่ายังคงไม่เหมาะสม กับตลาดประเทศไทย ดังนั้นวินฟาสต์ จึงปรับรูปแบบ มาเป็นการจำหน่ายรถในลักษณะปกติ
"แหล่งข่าวจากวงการยานยนต์ระบุว่า สาเหตุที่วินฟาสต์ยกเลิกโมเดลเช่าแบตเตอรี่ เนื่องจาก ราคาค่าเช่าของแบตเตอรี่แพงเกินไป เทียบได้กับการดาวน์รถญี่ปุ่นเครื่องICE 1 คันได้เลย ซึ่งเชื่อว่าหากทำราคาเช่าเช่นนี้จะไม่ได้รับการยอมรับจากตลาดที่มีการแข่งขันด้านราคากันอย่างรุนแรงแน่นอน" ทั้งนี้ความท้าทายต่อความล้มเหลวของแบรนด์วินฟาสต์ในประเทศไทยมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง เนื่องจาก ตลาดมีผู้ค้ารถยนต์ญี่ปุ่นที่แข็งแกร่ง ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าก็ถูกรถจากจีนครอบครองอย่างมั่นคง ในขณะที่ ชื่อเสียงและการรับรู้ใน"แบรนด์วินฟาสต์"ยังอยู่ในขั้นต่ำเนื่องจากเป็นแบรนด์หน้าใหม่ ผู้บริโภคยังไม่เคยมีประสบการณ์ รวมถึงความไม่ไว้วางใจแบรนด์รถจากเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันที่มีภาพลักษ์ที่ไม่ดี อย่างที่"โปรตอน"ของมาเลเซีย ที่เคยล้มเหลวและละทิ้งลูกค้าชาวไทย กลางทางมาแล้ว
สำหรับวินฟาสต์ ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า(EV)สัญชาติเวียดนาม เริ่มต้นเข้าสู่ตลาดประเทศไทยครั้งแรก จาการร่วมแสดงรถในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ที่เมืองทองธานีเมื่อดือนเมษายน2567 ที่ผ่านมา โดยนำรถมาร่วมแสดง 5 รุ่น รวมถึงรถต้นแบบกระบะ ต้นแบบ และจักรยานยนต์ และ สกูตเตอร์ ไฟฟ้า