Mitsubishi Motors เปิดเผยแผนธุรกิจ Momentum 2030 ฉบับปรับปรุงใหม่ในการประชุมตัวแทนจำหน่ายที่รัฐเทนเนสซี สหรัฐฯ โดยแผนงานดังกล่าวจะขยายไลน์อัพรถยนต์ในตลาดสหรัฐฯ จาก 4 รุ่นเป็น 6 รุ่นภายในต้นปี 2027 พร้อมเดินหน้าพัฒนารถยนต์แนวลุย และเตรียมเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ในระยะยาว รวมถึง รถกระบะที่พัฒนาร่วมกับ Nissan
ประเด็นสำคัญที่สุดของแผน Momentum 2030 คือการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Mitsubishi เตรียมกลับเข้าสู่ตลาดรถกระบะในอเมริกาเหนืออีกครั้ง โดยรถกระบะรุ่นใหม่นี้จะพัฒนาร่วมกับ Nissan ภายใต้ความร่วมมือของทั้งสองบริษัท และถูกวางให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักสำหรับการเติบโตของ Mitsubishi ในภูมิภาค
รถกระบะรุ่นดังกล่าวยังไม่มีการเปิดเผยชื่ออย่างเป็นทางการ แต่ Mitsubishi ได้เผยภาพทีเซอร์ที่แสดงให้เห็นตัวรถในเงามืด โดยมาพร้อม ไฟหน้า LED แบบแยกส่วนทรงเหลี่ยม และตัวถังแบบ Double Cab ซึ่งมีสัดส่วนโดยรวมใกล้เคียงกับ Nissan Frontier
ด้านข้อมูลทางเทคนิคยังไม่มีการเปิดเผย แต่คาดว่าจะใช้ โครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame หรือแชสซีส์แบบ Ladder Frame พร้อมเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และอาจมีทางเลือกขุมพลังไฮบริดในอนาคต
Mitsubishi ยังกล่าวถึงการกลับมาของชื่อรุ่นระดับตำนานอย่าง Pajero ซึ่งในอดีตเคยทำตลาดในสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อ Montero มีกำหนดเปิดตัวทั่วโลกในวันที่ 2 กันยายน 2026 โดยจะกลับมาใช้โครงสร้างแบบ Ladder Frame เช่นเดียวกับรถ SUV สายลุยรุ่นดั้งเดิม สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ Mitsubishi ยืนยันว่ามีแผนส่ง Pajero กลับมาทำตลาดในอนาคต แต่คาดว่าจะยังไม่เกิดขึ้นก่อนปี 2030
ในระยะใกล้ Mitsubishi เตรียมเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 2 รุ่นในตลาดสหรัฐฯ ได้แก่
- Mitsubishi Eclipse Sportback EV เตรียมเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 โดยเป็นรถไฟฟ้าที่พัฒนาบนพื้นฐานของ Nissan Leaf และใช้แนวทาง Rebadged Model (เปลี่ยนโลโก้)
- Outlander รุ่นใหม่สายลุย เตรียมเปิดตัวในไตรมาสแรกของปี 2027 โดย Mitsubishi ยังไม่เปิดเผยชื่ออย่างเป็นทางการ และจะใช้ชื่อเรียกใหม่เมื่อเปิดตัว
ภาพทีเซอร์ยังเผยให้เห็นรถยนต์บนพื้นฐาน Outlander จำนวน 2 รุ่นที่มีรูปแบบไฟหน้าแตกต่างกัน โดยหนึ่งคันเป็น SUV ทรงเหลี่ยมที่มีด้านหน้าตั้งตรง ขณะที่อีกคันเป็น SUV ขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็น Pajero/Montero รุ่นใหม่
Mitsubishi ระบุว่า Momentum 2030 ฉบับปรับปรุงมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ และเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มรถยนต์ที่บริษัทนิยามว่าเป็น “Rugged and Versatile Products” หรือรถยนต์ที่มีความแข็งแกร่งและใช้งานได้หลากหลายแผนธุรกิจประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่
- การเดินหน้าสู่ยุค Electrification
- การขยายและปรับปรุงไลน์อัพรถยนต์
- การปรับรูปแบบการขายและโชว์รูมให้ทันสมัย
- การขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย พร้อมสร้างการเติบโตของยอดขายอย่างยั่งยืน
โดยการกลับเข้าสู่ตลาดรถกระบะ และการนำชื่อ Pajero กลับมา ถือเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ Mitsubishi ในการสร้างภาพลักษณ์รถยนต์สายลุยและขยายฐานลูกค้าในตลาดอเมริกาเหนืออีกครั้ง





ที่มา: Carscoops