EN / TH

เริ่มแล้ว! Honda ร่วมกับ Mitsubishi ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งแรก พัฒนากระบะใหม่บนพื้นฐานมิตซูบิชิ

23 ตุลาคม 2569

ISUZU ขุมพลังใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo "แรง…หยุดโลก" ปรับปรุงหลายส่วนแรงขึ้นประหยัดขึ้น

22 ตุลาคม 2569

Firefly Showroom stand alone แห่งแรกของโลกที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมรุ่นย่อยใหม่ Comfort+ แรงขึ้น ฝาท้ายไฟฟ้า 799,000 บาท

22 ตุลาคม 2569

Toyota ผนึกกำลัง SCGC และ บางจากฯ สานต่อโครงการ “Mobility Upcycling รถเปลี่ยนโลก ปีที่ 2” ขับเคลื่อนการจัดการขยะรีไซเคิล และพลังงานสะอาด สู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

22 ตุลาคม 2569

LUXEED เปิดเกมรุก เรือธง LLounge และ Stormax รถยนต์ Intelligent Luxury นวัตกรรมอัจฉริยะ

22 ตุลาคม 2569

The new 2026 IONIQ 5 N Line แรง ล้ำ วิ่งไกล ชาร์จไว โค้งสุดท้าย ดาวน์ 0% สำหรับ 13 กลุ่มอาชีพ ถึง 31 ตุลาคมนี้

22 ตุลาคม 2569

เปิดราคา ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE ขุมพลังใหม่ Biturbo แรง…หยุดโลก

22 ตุลาคม 2569

ยังไม่เคาะ! รอเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ 3 Tiers สูงสุด 30% คาดเริ่ม 1 ม.ค. 70

20 ตุลาคม 2569

เปิดตัวแบรนด์ SMART รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม Mercedes-Benz Design ภายใต้กลุ่มธนบุรี รุ่นเริ่มต้น 1, บาท

20 ตุลาคม 2569

PT Maxnitron Racing Series 2026 ปิดเมืองแข่ง ขับเคี้ยวสุดมันทั้งรุ่นเล็กใหญ่ พร้อมกิจกรรมมากมาย จ. สงขลา 16 - 18 ต.ค. 2569

16 ตุลาคม 2569

Tesla Roadster เปิดตัวแบบลอยฟ้าบินได้ใช้เทคโนโลยี SpaceX 0-96 กม./ชม.ใน 0.8 S.

16 ตุลาคม 2569

Porsche เผยโฉม Mission S แพลตฟอร์มอนาคตรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเครื่องยนต์วางกลางอันทรงพลัง

16 ตุลาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์

เริ่มแล้ว! Honda ร่วมกับ Mitsubishi ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งแรก พัฒนากระบะใหม่บนพื้นฐานมิตซูบิชิ

23 ตุลาคม 2569| จำนวนผู้เข้าชม 107

ฮอนด้าและมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งแรกในการจัดหาผลิตภัณฑ์ยานยนต์ร่วมกันเพื่อพัฒนารถกระบะรุ่นใหม่สำหรับตลาดอาเซียน โดยใช้พื้นฐานจาก มิตซูบิชิ ไทรทัน

 

  • นับเป็นครั้งแรกประวัติศาสตร์ในการร่วมมือระหว่าง Honda และ Mitsubishi Motors ทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนจัดหาผลิตภัณฑ์ยานยนต์ระหว่างกันโดยตรง
  • พัฒนารถกระบะ 1 ตัน ฮอนด้าจะเพิ่มรถกระบะขนาด 1 ตันโดยใช้ Mitsubishi Triton ซึ่งใช้โครงสร้างตัวถังแบบ Ladder Frame เข้ามาอยู่ในไลน์อัปของตน
  • เป้าหมายตลาดคือ มุ่งเน้นทำตลาดในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) เป็นหลัก โดยคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายเร็วที่สุดในปี 2028

 

 

โตเกียว, ญี่ปุ่น, 22 ตุลาคม 2569 - บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (ฮอนด้า) และ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชัน (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ของฮอนด้า โดยใช้พื้นฐานจากรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ซึ่งถือเป็นโครงการริเริ่มครั้งแรกระหว่างทั้งสองบริษัทในการจัดหาผลิตภัณฑ์เพื่อเติมเต็มไลน์อัปยานยนต์ของกันและกัน ทั้งนี้ รถยนต์รุ่นใหม่ของฮอนด้ามีกำหนดการเริ่มวางจำหน่ายในตลาดอาเซียนในปี 2571

ฮอนด้า และ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เสาะแสวงหาโอกาสในการร่วมมือกันในด้านต่างๆ ภายใต้กรอบของพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ MOU ที่ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2567 ระหว่าง 3 บริษัท ซึ่งรวมถึง บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ด้วย


หนึ่งในโอกาสที่ทั้ง 3 บริษัทได้ทำการสำรวจและหารือกันอย่างกว้างขวาง ทั้งในมุมมองระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว คือการจัดหายานยนต์เพื่อเติมเต็มซึ่งกันและกัน สิ่งนี้จะช่วยให้ทั้ง 3 บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่มีศักยภาพการแข่งขันในระดับโลกของแต่ละฝ่าย เพื่อเพิ่มความหลากหลายและเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัปผลิตภัณฑ์ของตนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและความต้องการของลูกค้าของแต่ละบริษัทในภูมิภาคต่างๆ

 

 

มิตซูบิชิ ไทรทัน ซึ่งเป็นโปรเจกต์ในการจัดหายานยนต์เพื่อเติมเต็มกันในครั้งนี้ เป็นรถกระบะขนาด 1 ตัน ที่สร้างขึ้นบนโครงสร้างตัวถัง Ladder Frame ที่แข็งแกร่ง และเป็นหนึ่งในรถยนต์ยุทธศาสตร์ระดับโลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มีความต้องการในตลาดสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอาเซียนผ่านความร่วมมือในครั้งนี้ ฮอนด้าจะเพิ่มรถรุ่นที่เป็นรถกระบะเข้ามาในไลน์อัปผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นที่ตลาดอาเซียนเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันฮอนด้ายังไม่มีการเสนอขายรถกระบะในตลาดนี้ สิ่งนี้จะช่วยให้ฮอนด้าสามารถเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มความหลากหลายให้กับไลน์อัปผลิตภัณฑ์ของตนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในตลาดดังกล่าว ในขณะเดียวกัน ความร่วมมือนี้จะช่วยให้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตและปรับปรุงอัตราการใช้กำลังการผลิตที่โรงงานผลิตของตนในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น ทั้งสองบริษัทบรรลุข้อตกลงนี้หลังจากพิจารณาแล้วว่าความร่วมมือดังกล่าวจะสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน (Synergies) ให้กับทั้งสองฝ่าย


นับจากนี้ไป ทั้ง 3 บริษัทจะยังคงเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความสามารถในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นต่อไป พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์และสินทรัพย์ทางเทคโนโลยีของแต่ละฝ่ายอย่างเต็มที่

 

คาดการณ์ในอนาคต

  • อาจได้ลุ้นขุมพลังไฮบริด (Hybrid/HEV) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของ Mitsubishi ที่กำลังพัฒนาระบบไฮบริดให้กับ Triton ของตัวเองเช่นกัน เพื่อเลี่ยงการสู้ในตลาดเครื่องยนต์ดีเซลสันดาบล้วนที่เจ้าตลาดเดิมแข็งแกร่งมาก
  • และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Honda ทำตลาดรถกระบะลักษณะนี้ เพราะในอดีตยุค 90s ค่ายฮอนด้าก็เคยจับมือกับ Isuzu นำรถกระบะมาติดแบรนด์ตัวเองในชื่อ Honda Tourmaster มาแล้วครั้งหนึ่ง
  • ฮอนด้าได้รถกระบะโครงสร้าง Ladder Frame แท้ๆ ไปขายทันที โดยไม่ต้องลงทุนสร้างแพลตฟอร์มใหม อาจได้ยอดสั่งซื้อ (Volume) เพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานแหลมฉบังให้คุ้มทุนยิ่งขึ้น
  • ฐานการผลิตไม่ต้องใช้โรงงานของตนเอง (ปัจจุบันฮอนด้าไทยรวมฐานผลิตไว้ที่ปราจีนบุรี) ใช้ความเชี่ยวชาญของสายการผลิตอัตโนมัติ 95% ที่แหลมฉบังให้เป็นประโยชน์ กำหนดการเริ่มวางจำหน่ายในตลาดอาเซียนปี 2028 แพลตฟอร์มที่ใช้คาดว่าจะเป็นเจเนอเรชันที่พัฒนาต่อยอดและเสถียรแล้วในปีนั้น

 

คาดการณ์ตลาดรถกระบะในไทย

  • ตลาดรถกระบะเมืองไทยมีเจ้าตลาดที่แข็งแกร่งมากอย่าง Isuzu D-Max และ Toyota Hilux Revo ค้ำคออยู่ (ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 70-80%) แม้แต่ Mitsubishi Triton เองก็ยังอยู่ในอันดับ 3 การที่ Honda จะเข้ามาแทรกแซงในตลาดนี้ที่เน้นความทนทานของเครื่องยนต์ดีเซลและศูนย์บริการรถเชิงพาณิชย์ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
  • ความเป็นไปได้ในการเน้นส่งออก (Export Only) นั้นมีนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า Honda อาจเลือกส่งออกรถรุ่นนี้ไปเน้นขายในประเทศอาเซียนอื่นๆ ที่แบรนด์ Honda แข็งแกร่งมากแต่ตลาดกระบะไม่ได้ผูกขาดโดยเจ้าตลาดสองค่ายชัดเจนเท่าประเทศไทย เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ หรือเวียดนาม แล้วเว้นตลาดไทยไว้ เพื่อไม่ให้ทับซ้อนกับลูกค้ากลุ่มเดิม

 

อย่างไรก็ตามต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เรื่องทิศทางต่อไปในอนาคตว่าจะเป็นรถยนต์พลังงานแบบไหนและทางฮอนด้าจะปรับหน้าตาออกมาเป็นตัวเองได้มากน้อยเพียงใด 

 

ที่มา : global.honda 

เรียงเรียง : สินธนุ จำปีศรี 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

ISUZU ขุมพลังใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo "แรง…หยุดโลก" ปรับปรุงหลายส่วนแรงขึ้นประหยัดขึ้น

22 ตุลาคม 2569

Firefly Showroom stand alone แห่งแรกของโลกที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมรุ่นย่อยใหม่ Comfort+ แรงขึ้น ฝาท้ายไฟฟ้า 799,000 บาท

22 ตุลาคม 2569

Toyota ผนึกกำลัง SCGC และ บางจากฯ สานต่อโครงการ “Mobility Upcycling รถเปลี่ยนโลก ปีที่ 2” ขับเคลื่อนการจัดการขยะรีไซเคิล และพลังงานสะอาด สู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

22 ตุลาคม 2569

LUXEED เปิดเกมรุก เรือธง LLounge และ Stormax รถยนต์ Intelligent Luxury นวัตกรรมอัจฉริยะ

22 ตุลาคม 2569

The new 2026 IONIQ 5 N Line แรง ล้ำ วิ่งไกล ชาร์จไว โค้งสุดท้าย ดาวน์ 0% สำหรับ 13 กลุ่มอาชีพ ถึง 31 ตุลาคมนี้

22 ตุลาคม 2569

เปิดราคา ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE ขุมพลังใหม่ Biturbo แรง…หยุดโลก

22 ตุลาคม 2569

ยังไม่เคาะ! รอเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ 3 Tiers สูงสุด 30% คาดเริ่ม 1 ม.ค. 70

20 ตุลาคม 2569

เปิดตัวแบรนด์ SMART รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม Mercedes-Benz Design ภายใต้กลุ่มธนบุรี รุ่นเริ่มต้น 1, บาท

20 ตุลาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ