เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว รัฐบาลมะละกาเริ่มทดลองใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ สำหรับการทดลองงดใช้รถยนต์ในย่านประวัติศาสตร์บันดาร์ ฮีลีร์ โดยในตอนแรกจัดขึ้นเฉพาะในช่วงเย็นวันเสาร์ก่อนที่จะขยายเวลาออกไปจนครบสามวัน เริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นวันศุกร์ เย็นวันเสาร์ ไปจนถึงเย็นวันอาทิตย์ ในเดือนธันวาคม ซึ่งผลลัพธ์จากการทดลองในครั้งนี้ สามารถช่วยฟอกอากาศในเมืองได้มากอย่างเห็นได้ชัด - The Star
เขตเมืองเก่าของบันดาร์ฮิลีร์ (Bandar Hilir) เป็นส่วนหนึ่งของเมืองมะละกา (Malacca) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐมะละกาของประเทศมาเลเซีย บันดาร์ฮิลีร์เป็นที่รู้จักอย่างมากเนื่องจากมีประวัติศาสตร์ที่ร่วมสมัยและมีสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญ มะละกาเป็นเมืองท่าสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากว่า 500 ปีและมีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างชาติจากต่างๆ ที่เข้ามาในฐานะเมืองท่าที่สำคัญในอดีต ซึ่งประกอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย เช่น อาฟาโมซ่า (A Famosa) ภูเขาเซนต์พอล (St. Paul's Hill) พลาซ่าดัทช์ (Dutch Square) ถนนจอนเกอร์ (Jonker Street) พิพิธภัณฑ์ลับบาบานิโยะ (Baba Nyonya Heritage Museum) เป็นต้น
ดาโต๊ะ ไรส์ ยาติม ประธานคณะกรรมการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติการรัฐบาลท้องถิ่น กล่าวกับสภานิติบัญญัติของมะละกา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2024 มีรายละเอียดว่า วันหยุดสุดสัปดาห์หลังจากที่เราได้ทดลองโครงการปลอดรถยนต์ในครั้งนี้ สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 12,000 กิโลกรัมต่อกิโลเมตรนับตั้งแต่มีการดำเนินการ จากการศึกษาที่จัดทำโดย Melaka Historic สภาเทศบาลเมือง “นอกเหนือจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว โครงการดังกล่าวยังช่วยอนุรักษ์อาคารเก่าแก่ในเขตแกนกลางของยูเนสโกด้วย

นาย ไรส์ ยาติม เสริมว่าการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนของพื้นที่นี้ มีจำนวนถึง 20,000 คัน ส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่งของโครงสร้างอาคารทางประวัติศาสตร์อย่าง Stadthuys ซึ่งนำไปสู่รอยแตกร้าวและเสื่อมโทรมลงในบางส่วน ดังนั้นโครงการนี้จึงมีแง่มุมในด้านการอนุรักษ์ด้วยเช่นกัน โครงการริเริ่มดังกล่าวทำให้สภาเมืองได้รับรางวัลมาตรฐานเมืองท่องเที่ยวสะอาดแห่งอาเซียนประจำปี พ.ศ. 2567-2569 แบบเดียวกับที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว ได้รับในเดือนมกราคม
โครงการปลอดรถยนต์ช่วงเย็นประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ของมาเลเซียยังส่งผลต่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย นอกจากนี้ นายไรส์ ยาติม กล่าวเสริมว่า โครงการนี้สามารถแก้ไขปัญหา 5 ประการที่สร้างปัญหาให้กันประชาชนในพื้นที่ได้ ซึ่งรวมถึงผู้ค้าที่บ่นเกี่ยวกับธุรกิจที่ตกต่ำอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของการจราจรที่ติดขัด และการขาดแคลนที่จอดรถ ซึ่งส่งผลต่อความยากลำบากต่อผู้ที่ต้องการจะมาร่วมพิธีมิสซาที่โบสถ์เซนต์ฟรานซิสเซเวียร์
สำหรับโครงการนี้จะให้บริการระหว่างเวลา 18.00 น. ถึง 00.00 น. ทุกคืนวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ โดยรายชื่อถนนที่อยู่ในโครงการมีดังนี้ ถนน Jalan Istana, ถนน Jalan Mahkamah, ถนน Jalan Gereja, ถนน Lorong Gereja, ถนน Jalan Laksamana และบางส่วนของถนน Jalan Tun Khalil Yaakob และ ถนน Jalan Merdeka

New.massautocar : Fb