TH / EN

TANK 500 3.0T ไม่ใช่แค่แรง..แต่ประหยัดด้วย

26 September 2026

เรื่องเก่าเล่าใหม่...ที่คนใช้รถต้องรู้ “ลุยน้ำท่วม” ควรระวังอะไร?

26 September 2026

The all-new electric GLC เทคโนโลยีวิ่งไกล 600 กม. คาดไม่เกิน 3.7 ล้านบาท

24 September 2026

Mercedes_Benz G 450 d Vintage Look แต่งครบย้อนต้นตำหรับ “King of Off-Road” เริ่ม 12,700,000 บาท

24 September 2026

Toyota BZ4X AWD แพงนะ...แต่พลังแรงเนียนนุ่มสมูทตี้ ไม่ต้องปรับตัว ไม่เน้นวิ่งไกล แต่ขับที่ไรอยากได้ทุกที

24 September 2026

ซาอุฯ เปิดตัวรถแบรนด์ใหม่ครั้งแรกในโลก เซียร์ เอ็กซ์โซบอท

23 September 2026

BYD - REVER เปิดให้เข้าชมของจริงโรงงานประกอบรถยนต์พร้อมฉลองครบ 100,000 คันในไทย ณ โรงงานระยอง

22 September 2026

เกาะติดกระบะไฮลักซ์ FCEV

19 September 2026

ตลาดจีน7เดือนแรก ปลั๊กอินไฮบริดยอดทรุดต่อเนื่อง

17 September 2026

DENZA Z9GT Super EV 1,100 แรงม้า BYD FLASH ชาร์จไฟ 10–97% ใน 9 นาที ครั้งแรกในไทย 2,899,900 บาท

17 September 2026

รถยนต์ไฟฟ้า BEV เหมาะกับใคร?

15 September 2026

Mitsubishi Eclipse Cross EV วิ่งได้ 650 กม.!!!

15 September 2026

No Data Found

Back To Page Car

ถึงเวลาปรับตัว สหภาพยุโรปเดินหน้ากฎหมาย ยกเลิกรถยนต์คาร์บอนทั้งหมด ภายในปี 2035

28 February 2024| Number Of Visitors 1,635

เหล่าผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำในยุโรปกล่าวยอมรับมาตรการต่างๆ จากกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 100% ภายในปี 2035

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งยุโรป European Automobile Manufacturers' Association (ACEA) ซึ่งเป็นตัวแทนของแบรนด์รถยนต์รายใหญ่ทั่วยุโรป กล่าวว่าจะไม่ต่อต้านร่างกฎหมายเหล่านี้ ซึ่งมีกำหนดจะประกาศใช้หลังการเลือกตั้งรัฐสภายุโรปในเดือนมิถุนายนที่จะถึง

 

โดยนาย Luca de Meo ประธาน ACEA และ CEO ของ Renault กล่าวว่านี่คือความรับผิดชอบของเราต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ "มันไม่ใช่การท้าทายต่อระเบียบใดๆ" ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไปจะไม่มีการผลิตรถยนต์ที่ปล่อย CO2 ออกมาอีก และจะมุ่งเน้นการผลิตไปที่รถยนต์ BEV ทั้งหมด

นายลูก้า เดอร์ เมียว ยังกล่าวกับ Reuters เพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แข่งขันเพื่อเป้าหมายในปี 2035 แต่เราแค่ต้องผลิตมันแล้วต่างหาก”

 

ACEA ตัดสินใจที่จะไม่คัดค้านกฎระเบียบทั้งหมดเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า แม้ว่ายอดจำหน่ายและความต้องการในยุโรปอาจลดลง ในปี 2566 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากถึงร้อยละ 15 ของตลาดรถยนต์ใหม่ ส่งผลให้เกิด กลุ่มตลาดใหม่ขึ้นบวกกับกฎระเบียบการปล่อยมลพิษที่เข้มงวด จึงถือเป็นการกดดันจำนวนรถยนต์ดีเซลลดลงเรื่อยๆไปในตัว 

 

ผู้ผลิตในยุโรปต่างก็พยายามชักจูงผู้ซื้อรถยนต์รายใหม่ให้มาสนใจรถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น รวมถึงหาแรงสนับสนุนทางด้านการเงินจากรัฐบาล แต่เยอรมนีซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปในตอนนี้ กลับเพิ่งยกเลิกโครงการคืนเงินดังกล่าว ในขณะที่ฝรั่งเศสก็ได้ยกเว้นโครงการส่วนลดเงินคืนรถยนต์ที่ผลิตในจีน เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ แล้วด้วยเช่นกัน นอกจากนี้รัฐบาลยังกล่าวขอให้เหล่าผู้ผลิตในยุโรปลงทุนในโครงสร้างสถานที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อกระตุ้นผู้ซื้อรถยนต์รายใหม่ให้หันไปใช้รถยนต์ BEV

 

เดิมทีประเทศอังกฤษมีเป้าหมายยกเลิกจำหน่ายรถยนต์เชื้อเพลิงตั้งแต่ปี 2030 แต่ก็ได้ปรับแผนให้เข้ากับประเทศอื่นๆในยุโรปคือปี 2035

 


Credit
CarExpert

 


Share this article


Related News/Articles

TANK 500 3.0T ไม่ใช่แค่แรง..แต่ประหยัดด้วย

26 September 2026

The all-new electric GLC เทคโนโลยีวิ่งไกล 600 กม. คาดไม่เกิน 3.7 ล้านบาท

24 September 2026

Mercedes_Benz G 450 d Vintage Look แต่งครบย้อนต้นตำหรับ “King of Off-Road” เริ่ม 12,700,000 บาท

24 September 2026

BYD - REVER เปิดให้เข้าชมของจริงโรงงานประกอบรถยนต์พร้อมฉลองครบ 100,000 คันในไทย ณ โรงงานระยอง

22 September 2026

เกาะติดกระบะไฮลักซ์ FCEV

19 September 2026

รถยนต์ไฟฟ้า BEV เหมาะกับใคร?

15 September 2026

Mitsubishi Eclipse Cross EV วิ่งได้ 650 กม.!!!

15 September 2026

Renault Niagara ขับขี่ได้เหมือนรถ SUV เข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกา พลัง 1.3 ลิตร เทอร์โบ

15 September 2026

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ Privacy Policy

Accept