Nissan Patrol ใหม่ รุ่นปี 2027 เตรียมเปิดตัวในออสเตรเลียช่วงต้นปี 2027 ด้วยราคาเริ่มต้น 98,990 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2,334,000 บาท) โดยรุ่นใหม่รหัส Y63 จะมีให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่นย่อย
แม้ Patrol Y63 จะเปิดตัวในตลาดตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 2024 โดยในสหรัฐฯ จำหน่ายภายใต้ชื่อ Nissan Armada แต่ออสเตรเลียเป็นตลาดพวงมาลัยขวาแห่งแรก
ราคา Nissan Patrol Y63 ในออสเตรเลีย
-
Patrol Ti ราคาจำหน่าย 98,990 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2,334,000 บาท)
-
Patrol Ti+ ราคาจำหน่าย 109,480 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2,581,000 บาท)
-
Patrol Ti-L ราคาจำหน่าย 122,690 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2,893,000 บาท)
-
Patrol Ti-L+ ราคาจำหน่าย 134,690 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 3,176,000 บาท)
-
Patrol Pro-4X ราคาจำหน่าย 137,590 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 3,244,000 บาท)
-
Patrol Ti-L Reserve ราคาจำหน่าย 145,990 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 3,442,000 บาท)
Nissan Patrol Y63 พัฒนาบนแชสซีแบบ Ladder-frame เจเนอเรชันใหม่ ซึ่ง Nissan ระบุว่ามีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น 40% พร้อมเปลี่ยนมาใช้พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า และช่วงล่างหลังแบบอิสระ Multi-link
ตัวรถมีขนาด
- ความยาว 5,205 มม.
- ความกว้าง 2,030 มม.
- ความสูง 1,945 มม.
- ระยะฐานล้อ 3,075 มม.
แม้ระยะฐานล้อจะเท่ากับรุ่น Y62 แต่ Nissan ระบุว่าห้องโดยสารสามารถรองรับผู้โดยสารผู้ใหญ่ได้ครบ 8 คนอย่างสะดวกสบาย
งานออกแบบใหม่ใช้แนวคิด “Unbreakable” โดดเด่นด้วยไฟหน้า Double-C กระจังหน้า V-motion ที่กว้างขึ้น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก Patrol เจเนอเรชันที่ 2 ขณะที่ด้านท้ายติดตั้งแถบไฟแบบลากยาว
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดคือ การยกเลิกเครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 5.6 ลิตร รหัส VK56VD พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ และแทนที่ด้วย เครื่องยนต์เบนซิน V6 3.5 ลิตร Twin-Turbo + เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ให้กำลังสูงสุด 431 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร
Nissan Patrol Y63 ทุกรุ่นมาพร้อม พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time Transfer Case แบบ 2 สปีด โหมด 4H และ 4L Differential Lock ด้านหลังแบบไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 8 รูปแบบ และความสามารถในการลากจูงสูงสุด 3,700 กก. พร้อมระบบ Trailer Blind-spot Monitoring และ Trailer Sway Control
Patrol Ti รุ่นเริ่มต้นติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gunmetal พร้อมล้ออะไหล่ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน เบาะหนังสังเคราะห์ และพวงมาลัยหุ้มหนัง ภายในติดตั้งหน้าจอคู่ขนาด 12.3 นิ้ว ประกอบด้วยจอมาตรวัดดิจิทัลและหน้าจอระบบ Infotainment พร้อมระบบ 3D Intelligent Around View Monitor ที่มีมุมมองแบบ “Skeleton” ช่วยให้มองเห็นพื้นที่รอบตัวรถขณะจอด
ทุกรุ่นย่อยติดตั้ง
- Google Built-in
- Google Gemini AI
- Nissan Connected Car Services
- ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง
- Nissan ProPilot
- ระบบแจ้งเตือนรถตัดผ่านด้านหลัง
รุ่น Ti+ เพิ่มอุปกรณ์ เช่น
- กระจก Privacy Glass สำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3
- ราวหลังคา
- หลังคา Panoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
- ฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Hands-free
รุ่น Ti-L เปลี่ยนมาใช้ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมติดตั้งระบบ Intelligent Dynamic Damping หรือ e-Damper ภายในเพิ่มเป็นหน้าจอคู่ขนาด 14.3 นิ้ว พร้อม Head-up Display และระบบเครื่องเสียง Klipsch 12 ลำโพง ระบบกล้อง Intelligent Around View Monitor ยังเพิ่มมุมมอง 3D แบบหมุนได้ ขณะที่รุ่นต่ำกว่าจะเป็นมุมมองแบบกำหนดตำแหน่ง
รุ่น Ti-L+ เพิ่ม
-
เบาะหนังแท้
-
เบาะคู่หน้าพร้อมระบบทำความร้อนและระบายอากาศ
-
เบาะคนขับพร้อมระบบนวด
-
พวงมาลัยปรับอุณหภูมิ
-
กล่องคอนโซลกลางพร้อมระบบทำความเย็น
-
ไฟ Ambient Light ปรับได้หลายสี
พร้อมระบบ Biometric Cooling ที่สามารถตรวจจับอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสาร และปรับการทำงานของระบบปรับอากาศให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
Nissan Patrol Pro-4X เพิ่มความสามารถสำหรับการขับขี่แบบ Off-road โดยติดตั้ง
-
ล้ออัลลอยสีดำขนาด 20 นิ้ว
-
ยาง All-terrain
-
ซุ้มล้อขนาดใหญ่
-
ช่วงล่างถุงลม Adaptive Air Suspension
-
ระบบ Intelligent Dynamic Damping
-
กันชนหน้าและดีไซน์เฉพาะรุ่น Pro-4X
-
หูลากจูง ฝาครอบล้อ และตัวอักษรบนเสา D สี Lava Red
ระบบช่วงล่างถุงลมสามารถปรับความสูงตัวรถเพื่อเพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรด รวมถึงช่วยให้ขึ้น-ลงรถและขนสัมภาระได้สะดวกขึ้น เมื่อใช้ความเร็วเกิน 90 กม./ชม. ระบบจะลดระดับความสูงของตัวรถโดยอัตโนมัติ เพื่อลดแรงต้านอากาศและเสียงลม ก่อนกลับสู่ระดับปกติเมื่อความเร็วลดลงต่ำกว่า 70 กม./ชม. รุ่น Pro-4X ยังมาพร้อมระบบช่วยจอดเทรลเลอร์ และระบบควบคุมเบรกเทรลเลอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์
รุ่นสูงสุด Patrol Ti-L Reserve ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว ระบบช่วยจอดเทรลเลอร์ ระบบควบคุมเบรกเทรลเลอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงช่วงล่าง Adaptive Air Suspension พร้อม Intelligent Dynamic Damping เช่นเดียวกับ Pro-4X ภายในเพิ่มเบาะคู่หน้าพร้อมระบบนวด และหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารแถว 2 ขนาด 12.8 นิ้ว จำนวน 2 จอ สำหรับพื้นที่เก็บสัมภาระ Nissan Australia ยังไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ Nissan Armada ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้พื้นฐานเดียวกันในสหรัฐฯ มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังเบาะแถว 3 จำนวน 578 ลิตร เพิ่มขึ้น 111 ลิตร และเมื่อพับเบาะแถว 3 มีความจุ 1,594 ลิตร เพิ่มขึ้น 181 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังทั้ง 2 แถว ความจุสูงสุดเพิ่มเป็น 2,750 ลิตร จากเดิม 2,623 ลิตร
















ที่มา: CarExpert