Land Rover เปิดตัว Defender รุ่น Facelift โดยการเปลี่ยนแปลงที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดคือ Defender Octa รุ่นสมรรถนะสูง ซึ่งถูกลดกำลังเครื่องยนต์ V8 ลงถึง 15% สำหรับรุ่นปี 2027 ส่งผลให้กำลังสูงสุดหายไป 93 แรงม้า อย่างไรก็ตาม การปรับโฉมครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการลดพละกำลังเท่านั้น แต่ยังเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Vertex ที่มาพร้อมดีไซน์ดุดันยิ่งขึ้น รวมถึงการอัปเกรดรายละเอียดต่างๆ ทั่วทั้งไลน์อัป Defender
สิ่งที่หลายคนจับตามองคือ เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.4 ลิตร พร้อมระบบ Mild Hybrid ถูกลดพละกำลังลงจากเดิม 626 แรงม้า เหลือ 533 แรงม้า ขณะที่แรงบิดยังคงอยู่ที่ 750 นิวตันเมตร เท่าเดิม ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ช้าลงจาก 3.8 วินาที เป็น 4.2 วินาที แม้สมรรถนะจะลดลง แต่ Land Rover ระบุว่าได้ปรับปรุง ท่อร่วมไอเสียใหม่ เพื่อให้เครื่องยนต์ V8 ถ่ายทอดเสียงคำรามที่ทุ้ม หนักแน่น และเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม
นอกจากนี้ Land Rover ยังยุติการทำตลาดเครื่องยนต์ V8 Supercharged อย่างเป็นทางการ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีให้เลือกใน Defender 90 และ Defender 130 โดยเครื่องยนต์ดังกล่าวถูกแทนที่ด้วยขุมพลังใหม่ P380 เบนซิน 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมระบบ Mild Hybrid ให้กำลัง 375 แรงม้า และแรงบิด 550 นิวตันเมตร แทนที่เครื่องยนต์เดิม ซึ่งเคยมีกำลัง 395 แรงม้า และแรงบิดเท่ากัน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว Defender Vertex รุ่นย่อยใหม่ ซึ่งมีให้เลือกครบทั้งตัวถัง 90 (3 ประตู), 110 และ 130 (5 ประตู) โดยวางตำแหน่งคู่กับรุ่น X
Vertex มาพร้อมชุดกันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ที่ดูบึกบึนกว่าเดิม พร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่มีรูปลักษณ์คล้าย Defender Octa อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังติดตั้งชิ้นส่วนชายล่างตัวถังสีเดียวกับตัวรถ ตกแต่งภายนอกด้วยสีดำเงา คาลิเปอร์เบรกสีเหลือง และล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ลูกค้ายังสามารถเลือกติดตั้งฟิล์มหุ้มตัวถังสีด้าน Patagonia White Matte Wrap รวมถึงสีตัวถังอื่น ๆ เพิ่มเติมได้อีกหลายเฉด
สำหรับ Defender 110 ลูกค้าสามารถเลือกห้องโดยสารแบบ 6 ที่นั่ง (2+2+2) โดยใช้เบาะ Captain Seat แยกอิสระในแถวที่สอง ซึ่ง Land Rover ระบุว่าช่วยให้การเข้า-ออกเบาะแถวที่สามสะดวกขึ้น เพิ่มความสบายให้ผู้โดยสารด้านหลัง และยังมีพื้นที่วางสัมภาระระหว่างเบาะมากกว่าเดิม
ด้านสีตัวถัง มีการเพิ่มเฉดใหม่ ได้แก่ Woolstone Green สำหรับ Defender Octa และ Namib Orange สำหรับรุ่นย่อยอื่น ๆ พร้อมทั้งเพิ่มฟิล์มเคลือบสีแบบเงาชนิดใหม่ที่สามารถลบรอยขีดข่วนเล็กน้อยได้ด้วยตัวเองเมื่อเวลาผ่านไป



















ที่มา: Carscoops