ISUZU MOTORS LIMITED ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกเริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน - 30 มิถุนายน 2026 บริษัทมีรายได้รวม 832,519 ล้านเยน (ประมาณ 183,154 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรจากการดำเนินงาน 74,761 ล้านเยน (ประมาณ 16,447 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 30.7% และมีกำไรก่อนภาษี 81,431 ล้านเยน (ประมาณ 17,915 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 26.8% แม้ว่ายอดจำหน่ายทั้งรถเพื่อการพาณิชย์ (CV) และรถกระบะ/รถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (LCV) จะลดลง แต่กำไรจากการดำเนินงานกลับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับราคาจำหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเดินหน้าลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ผลกระทบด้านต้นทุนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่เกิดขึ้นเต็มที่ในไตรมาสแรก
สำหรับกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 62,662 ล้านเยน (ประมาณ 13,786 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 24.5% โดยเป็นกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 50,938 ล้านเยน (ประมาณ 11,206 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 23.0% และมีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 72,389 ล้านเยน (ประมาณ 15,926 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 66.2%
ในส่วนของกำไรต่อหุ้น กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 74.12 เยนต่อหุ้น (ประมาณ 16.31 บาทต่อหุ้น) และกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 74.09 เยนต่อหุ้น (ประมาณ 16.30 บาทต่อหุ้น)
รายได้รวมทำสถิติ สูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสแรก ส่วนกำไรจากการดำเนินงานและกำไรในทุกระดับถัดจากนั้นทำสถิติ สูงเป็นอันดับสอง รองจากไตรมาสแรกของปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2025
กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสแรกเป็นไปตามแผนภายในของบริษัท แม้ค่าเงินเยนที่อ่อนค่ากว่าคาดจะส่งผลบวกต่อผลประกอบการ แต่ยอดขายรถยนต์ต่ำกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากข้อจำกัดด้านเรือขนส่งไปยังประเทศต่าง ๆ นอกเหนือจากตะวันออกกลาง
สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง บริษัทคาดการณ์ว่าตลอดปีงบประมาณจะมีผลกระทบเชิงลบ 40,000 ล้านเยน (ประมาณ 8,800 ล้านบาท) ขณะที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในไตรมาสแรกอยู่ที่ 7,000 ล้านเยน (ประมาณ 1,540 ล้านบาท) โดยบริษัทระบุว่าจะอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง พร้อมคาดว่าต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนอื่น ๆ จะส่งผลกระทบมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป ซึ่งจนถึงขณะนี้การเพิ่มขึ้นของต้นทุนยังเป็นไปตามที่บริษัทประเมินไว้
บริษัท ยังคงประมาณการยอดขายและผลประกอบการตลอดปีไว้ตามเดิม จากที่ประกาศไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน ทั้งในด้านราคาพลังงานและสภาพตลาดในหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนจะทบทวนและปรับประมาณการอีกครั้ง หลังประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางและภาวะตลาดของแต่ละภูมิภาคเพิ่มเติม เมื่อประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2


ด้านยอดขาย รถเพื่อการพาณิชย์ (CV) ในประเทศญี่ปุ่นลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการเปลี่ยนรุ่นรถ รวมถึงระยะเวลาการประกอบตัวถังโดยผู้ผลิตตัวถัง ที่ใช้เวลานานกว่าคาด
ขณะที่ยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ในต่างประเทศลดลงจากความล่าช้าในการขนส่งไปยังตะวันออกกลาง อันเป็นผลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) รวมถึงข้อจำกัดด้านเรือขนส่งที่ทำให้ยอดส่งออกไปยังหลายประเทศลดลงอีกราว 3,000 คัน
สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ แม้ว่ายอดจำหน่ายในไตรมาสแรกจะอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเป้าหมายยอดขายทั้งปี แต่คำสั่งซื้อใหม่ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และบริษัทยังคาดว่าภาวะตลาดจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ ดังนั้นจึง ยังคงประมาณการผลประกอบการและยอดขายทั้งปีไว้ตามเดิม

ยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (LCV) รวมทั่วโลกในไตรมาส 1 อยู่ที่ 62,000 คัน ลดลงเล็กน้อยจาก 63,000 คันในช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดขายในประเทศไทยเติบโตขึ้นเป็น 15,000 คัน (จากเดิม 13,000 คัน) ขณะที่ตลาดส่งออกลดลงเหลือ 47,000 คัน (จากเดิม 50,000 คัน) สาเหตุหลักเนื่องมาจากความล่าช้าในการขนส่งไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ Isuzu ยังคงประมาณการยอดขายรวมทั้งปีไว้เท่าเดิมที่ 253,000 คัน (ไทย 63,000 คัน และส่งออก 190,000 คัน)
ยอดขายรวมของอุตสาหกรรมในไทยไตรมาส 1 อยู่ที่ 41,000 คัน ลดลงจาก 45,000 คันในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย Isuzu มียอดขายอยู่ที่ 14,000 คัน ส่งผลให้ยังคงรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ไว้ได้ที่ 33% ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังคงท้าทาย ด้านยอดการผลิตรวมในไทยใกล้เคียงเดิมอยู่ที่ 62,000 คัน (ผลิตขายในประเทศ 15,000 คัน, ส่งออก 32,000 คัน และชิ้นส่วนประกอบ KD Set 15,000 ชุด)
ยอดขายปลีกในเดือนเมษายนและพฤษภาคมชะลอตัวลงเล็กน้อยจากผลกระทบของราคาน้ำมันที่สูงขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับใกล้เคียงปีก่อนหน้าในเดือนมิถุนายน สำหรับแนวโน้มตลอดทั้งปีงบประมาณ 2027 คาดการณ์ว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์อาจล่าช้ากว่าที่คิด โดยจะทรงตัวใกล้เคียงกับปีงบประมาณ 2026 และคาดการณ์ยอดขายส่ง (Wholesale) รวมทั้งปีในประเทศไทยไว้ที่ 63,000 คัน



ที่มา: ISUZU