ฮอนด้าได้เปิดตัว Honda Fit รุ่น Facelift สำหรับตลาดญี่ปุ่น เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีของชื่อ Fit นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2001 โดยยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้ พร้อมปรับโครงสร้างรุ่นย่อยใหม่และเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานให้มากขึ้น
รุ่นปรับโฉมประกอบด้วย 4 รุ่นย่อย ได้แก่ X, Z, RS และ Crosstar โดยแม้ว่ารุ่นที่จำหน่ายในจีนจะได้รับการออกแบบด้านหน้าใหม่ แต่ Fit เวอร์ชันญี่ปุ่นยังคงใช้ดีไซน์ภายนอกเดียวกับรุ่นไมเนอร์เชนจ์ปี 2022 จึงแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอก
- Fit X เครื่องยนต์เบนซิน ราคาจำหน่าย 1,806,200 เยน (ประมาณ 372,000 บาท)
- Fit Z ราคาจำหน่าย 2,145,000 เยน (ประมาณ 442,000 บาท)
- Fit e:HEV X ราคาจำหน่าย 2,238,500 เยน (ประมาณ 461,000 บาท)
- Fit e:HEV RS ราคาจำหน่าย 2,899,600 เยน (ประมาณ 597,000 บาท)
- Fit e:HEV Crosstar 4WD ราคาจำหน่าย 2,955,700 เยน (ประมาณ 609,000 บาท)
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเปิดตัวรุ่น Z ซึ่งเข้ามาแทนที่รุ่น Home เดิมในตำแหน่งรุ่นกลาง โดยนำกันชนหน้าและหลังของรุ่น RS มาใช้ แต่ตกแต่งด้วยชิ้นส่วนสีดำด้านแทนสีดำเงา ล้ออัลลอยยังเป็นขนาด 15 นิ้วเหมือนรุ่นพื้นฐาน
ภายในห้องโดยสารของรุ่น Z เพิ่มความหรูด้วยพวงมาลัยหนัง 3 ก้าน เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบอุ่นเบาะ และกระจกบังลมหน้าชนิดป้องกันความร้อน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร
สำหรับ Fit RS ได้รับอุปกรณ์หรูจากรุ่น Luxe เดิม และเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อน e:HEV ไฮบริด เพียงแบบเดียว ชุดแต่งสปอร์ตพร้อมชิ้นส่วนสีดำเงายังคงเดิม ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วได้รับการปรับลวดลายใหม่เล็กน้อย ช่วงล่างที่เซ็ตมาเฉพาะรุ่นยังคงติดตั้งเช่นเดิม
ห้องโดยสารของ RS เพิ่มความสปอร์ตด้วยเสาและหลังคาภายในสีดำ เบาะหนังผสมหนังกลับเดินด้ายสีแดง แป้นเหยียบสเตนเลส หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 9 นิ้ว ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ระบบอุ่นพวงมาลัย ระบบกล้องรอบคัน Multi-View Camera System และระบบเตือนรถในจุดอับสายตา Blind Spot Information
ส่วน Fit Crosstar ยังคงเป็นรุ่นสไตล์ครอสโอเวอร์ที่มีเฉพาะระบบ e:HEV และสามารถเลือกระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ได้ มาพร้อมชุดแต่งลุย ความสูงใต้ท้องรถที่มากขึ้น และในการปรับโฉมครั้งนี้ได้เพิ่มพวงมาลัยปรับอุ่น เบาะคู่หน้าปรับอุ่น และกระจกกันความร้อนเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ทุกรุ่นของ Honda Fit ยังคงติดตั้งเบาะ Magic Seats อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถพับและจัดรูปแบบได้หลากหลาย ช่วยเพิ่มความสะดวกในการบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่
ด้านขุมพลังยังคงเหมือนเดิม รุ่น X และ Z มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและไฮบริด พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) หรือสี่ล้อ (4WD)
รุ่นเครื่องยนต์เบนซินเป็นเครื่องขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC 4 สูบ ให้กำลัง 118 แรงม้า และแรงบิด 142 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT
ส่วนระบบ e:HEV ไฮบริด ใช้ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 123 แรงม้า และแรงบิด 253 นิวตันเมตร โดยมีเพียงรุ่น RS เท่านั้นที่ไม่มีตัวเลือกระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ









.jpg)







ที่มา: Carscoops