TH / EN

TOYOTA เผย ยอดขาย 6 เดือนแรก 117,333 คัน ส่วนแบ่งตลาด 33.82% นำโดยกลุ่มกระบะ และ Eco Car

31 July 2026

แผ่นดินไหวคิวชูส่งผลกระทบโรงงาน Toyota, Nissan และ Daihatsu ชะลอสายการผลิตชั่วคราว

31 July 2026

Isuzu MU-X 2.2 RS 4x4 ราคา 1.736 ล้านบาท ยังน่าใช้อยู่ไหม?

31 July 2026

HYUNDAI NEIRA Prototype รถ BEV ต้นแบบ 7 ที่นั่ง ระยะวิ่ง 490 กม./ชาร์จ เตรียมผลิตในอินโด

31 July 2026

XIAOMI เปิดตัว SKYNOMAD N70 และ N90 ในจีน ขุมพลัง EREV เริ่มต้นราว 1.3 และ 1.5 ล้านบาท

31 July 2026

SUZUKI XL7 รุ่น Facelift เปิดตัวในอินโดนีเซีย จอกลาง 9 นิ้ว กล้อง 360 ระบบ TPMS

30 July 2026

TOYOTA VELOZ HYBRID โชว์ตัวจริงในงาน GIIAS 2026 ขุมพลังไฮบริด 1.5 ลิตร ตลาดอินโด ราคาราว 566,000-727,000 บาท

30 July 2026

HONDA กำลังพิจารณาสร้าง ACCORD SUV เพื่อแข่งกับ Subaru Outback เน้นตลาดอเมริกา

30 July 2026

BYD RACCO EV เปิดตัวในญี่ปุ่น Kei Car ไฟฟ้า 64 แรงม้า ระยะทาง 210-320 กม. WLTC เริ่มต้นราว 439,000 บาท

30 July 2026

CEO MAZDA ยืนยัน MX-5 ใหม่จะมีขุมพลังไฟฟ้า พร้อมเผย ยังต้องการสร้างรถสปอร์ตระดับสูงกว่า MX-5

30 July 2026

2028 The new GLA SUV เริ่มรุ่นต้นยกเทคโนโลยี CLA มาทั้งระบบพร้อม 2 ทางเลือก Hybrid และ BEV

30 July 2026

GWM TANK 500 จะมาพร้อมพลังดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ 231 PS แรงบิด 620 NM เร็ว ๆ นี้

30 July 2026

No Data Found

Back To Page Car

อดีตผู้บริหาร Honda ชี้ CEO ปัจจุบัน ละเลยตลาดจีน และเดิมพันกับ BEV อย่างผิดทิศทาง

11 June 2026| Number Of Visitors 611

รายงานจาก Reuters เปิดเผยว่า กลุ่มอดีตผู้บริหารระดับสูงของ Honda Motor Co., Ltd. ได้มีการหารือกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับปัญหาที่บริษัทกำลังเผชิญ พร้อมชี้เป้าว่า โทชิฮิโระ มิเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบัน เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ของฮอนด้าเข้าสู่ภาวะวิกฤต

 

ตามข้อมูลที่ Reuters ได้รับจากเอกสารสรุปการหารือและแหล่งข่าวหลายราย กลุ่มอดีตผู้บริหารวิจารณ์ว่า โทชิฮิโระ มิเบะ ละเลยตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุดของโลก ขณะเดียวกันยังเดิมพันกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างผิดทิศทาง จนสร้างความเสี่ยงให้ฮอนด้าเผชิญผลขาดทุนประจำปีเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 70 ปี

 

รายงานระบุว่าในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โนบุฮิโกะ คาวาโมโตะ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารผู้ทรงอิทธิพลของฮอนด้า ได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ในกรุงโตเกียว และเรียกร้องให้โทชิฮิโระ มิเบะ ลาออกจากตำแหน่งโดยตรง

 

อย่างไรก็ตาม โทชิฮิโระ มิเบะยังคงปฏิเสธที่จะก้าวลงจากตำแหน่ง และยังได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริษัท แม้ว่าจะสูญเสียแรงหนุนจากอดีตผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากก็ตาม

 

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการบริหารธุรกิจในประเทศจีน โดยกลุ่มอดีตผู้บริหารมองว่าผู้บริหารระดับสูงของฮอนด้าไม่ได้ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่หรือรับฟังเสียงลูกค้าในตลาดจีนมากพอ

 

ผลลัพธ์คือส่วนแบ่งตลาดของฮอนด้าในจีนลดลงอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 8% ในปี 2020 เหลือต่ำกว่า 3% ในปี 2025 ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่สามารถพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่า

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ฮอนด้าประกาศปรับยุทธศาสตร์ด้านรถยนต์ไฟฟ้าครั้งใหญ่ โดยยกเลิกโครงการรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นที่อยู่ระหว่างพัฒนา พร้อมบันทึกค่าใช้จ่ายด้อยค่าที่เกี่ยวข้องกับโครงการ EV มูลค่าประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 296,000 ล้านบาท) และอาจเพิ่มขึ้นถึง 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคต (ราว 394,000 ล้านบาท)

 

การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการถอยห่างจากเป้าหมายเดิมที่โทชิฮิโระ มิเบะเคยประกาศไว้ว่า ฮอนด้าจะเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายในปี 2040

 

สถานการณ์นี้ไม่ต่างจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อื่น ๆ อย่าง Ford Motor Company, General Motors และ Nissan Motor Co., Ltd. ที่ต้องยกเลิกหรือชะลอโครงการ EV หลายรายการ

 

อดีตผู้บริหารจำนวนหนึ่งยังมองว่า โทชิฮิโระ มิเบะละเลยแนวคิด "เก็มบะ" (Genba) ซึ่งเป็นปรัชญาสำคัญของฮอนด้าที่เน้นการลงพื้นที่จริง ทั้งโชว์รูม โรงงาน และตลาด เพื่อเข้าใจปัญหาและความต้องการของลูกค้าโดยตรง

 

พวกเขามองว่าการขาดการลงพื้นที่ โดยเฉพาะในประเทศจีน ทำให้ผู้บริหารไม่สามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ทันท่วงที ขณะที่คู่แข่งอย่าง Toyota Motor Corporation และนิสสันเริ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคจีนได้เร็วกว่า

 

แม้จะเผชิญแรงกดดันจากอดีตผู้บริหาร แต่คณะกรรมการสรรหาและกำกับดูแลของฮอนด้ายังคงให้การสนับสนุนโทชิฮิโระ มิเบะโดยเห็นว่าเขายังมีแผนฟื้นฟูธุรกิจยานยนต์ที่ชัดเจน แผนดังกล่าวรวมถึงการลดต้นทุนระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ลง 30% และการปรับโครงสร้างทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรมวิศวกรรมที่เคยเป็นจุดแข็งของบริษัท

 

ปัจจุบันธุรกิจรถจักรยานยนต์ของฮอนด้ายังคงสร้างผลกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ธุรกิจรถยนต์กลับเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันด้าน EV การเปลี่ยนแปลงของตลาดจีน และผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

 

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า ฮอนด้ากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์องค์กร และการตัดสินใจของผู้บริหารในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเป็นตัวกำหนดว่าบริษัทจะสามารถกลับมาแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง หรือจะสูญเสียความได้เปรียบให้กับผู้ผลิตรถยนต์ยุคใหม่จากจีนและผู้เล่นรายอื่นในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

 

ที่มา: Reuters


Share this article


Related News/Articles

TOYOTA เผย ยอดขาย 6 เดือนแรก 117,333 คัน ส่วนแบ่งตลาด 33.82% นำโดยกลุ่มกระบะ และ Eco Car

31 July 2026

แผ่นดินไหวคิวชูส่งผลกระทบโรงงาน Toyota, Nissan และ Daihatsu ชะลอสายการผลิตชั่วคราว

31 July 2026

SUZUKI XL7 รุ่น Facelift เปิดตัวในอินโดนีเซีย จอกลาง 9 นิ้ว กล้อง 360 ระบบ TPMS

30 July 2026

TOYOTA VELOZ HYBRID โชว์ตัวจริงในงาน GIIAS 2026 ขุมพลังไฮบริด 1.5 ลิตร ตลาดอินโด ราคาราว 566,000-727,000 บาท

30 July 2026

HONDA กำลังพิจารณาสร้าง ACCORD SUV เพื่อแข่งกับ Subaru Outback เน้นตลาดอเมริกา

30 July 2026

CEO MAZDA ยืนยัน MX-5 ใหม่จะมีขุมพลังไฟฟ้า พร้อมเผย ยังต้องการสร้างรถสปอร์ตระดับสูงกว่า MX-5

30 July 2026

2028 The new GLA SUV เริ่มรุ่นต้นยกเทคโนโลยี CLA มาทั้งระบบพร้อม 2 ทางเลือก Hybrid และ BEV

30 July 2026

GWM TANK 500 จะมาพร้อมพลังดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ 231 PS แรงบิด 620 NM เร็ว ๆ นี้

30 July 2026

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ Privacy Policy

Accept