TH / EN

MITSUBISHI จับมือ Highlanders พัฒนาและเตรียมประกอบหุ่นยนต์สำหรับใช้ในสายการผลิต

11 July 2026

NISSAN TEKTON ผลิตอินเดีย พื้นฐาน Renualt Duster ขุมพลังเบนซินเทอร์โบ ราคาเริ่มต้นราว 366,000 บาท

10 July 2026

HONDA FIT รุ่น Facelift สำหรับตลาดญี่ปุ่น ปรับรุ่นย่อย เพิ่มอุปกรณ์ เริ่มต้นราว 372,000 บาท

10 July 2026

McLaren 788HS รุ่นพิเศษ 788 ม้า ส่งท้ายตระกูล Super Series เจเนอเรชันที่ 2 จำกัด 200 คันทั่วโลก

9 July 2026

FORD หวนคืนสนาม Le Mans ในปี 2570 เตรียมพัฒนารถแข่งเครื่องยนต์ไฮเปอร์คาร์ เผยไลน์อัพทีมแข่งระดับโลก

9 July 2026

Land Rover Defender MY2027 ยกเลิกเครื่อง V8 Supercharged เพิ่มรุ่นย่อย Vertex ลดพละกำลังรุ่น Octa ลง

9 July 2026

MITSUBISHI เตรียมดันรถยนต์ออฟโร้ดด้วยโชว์รูมบูติคในญี่ปุ่น เผย PAJERO ใหม่จะตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่ง เน้นลูกค้ากำลังซื้อสูงขึ้น

9 July 2026

TOYOTA ลงทุน 3.6 พันล้านดอลลาร์ ขยายโรงงานเท็กซัส เตรียมย้ายไลน์ผลิต Tacoma จาก Mexico สู่สหรัฐฯ

8 July 2026

Toyota เผย ไม่รีบทำ HiLux PHEV มองว่า ปลั๊กอินไฮบริดไม่พร้อมสำหรับใช้งานหนักแบบกระบะ

8 July 2026

รวมรถกระบะครอบครัว + ประกอบกิจการ (ทำกิน) ราคาไม่เกิน 900,000 บาท ปี 2026

8 July 2026

SUZUKI CARRY รุ่นปรับอุปกรณ์ ราคาถูกลง สีตัวถังใหม่ 375,000 บาท

7 July 2026

AVATR 11 MY2026 ช่วงล่างแม่เหล็กทุกรุ่น แบต 116.79 kWh ระยะทาง 680 กิโลเมตร NEDC

6 July 2026

No Data Found

Back To Page Car

อดีตผู้บริหาร Honda ชี้ CEO ปัจจุบัน ละเลยตลาดจีน และเดิมพันกับ BEV อย่างผิดทิศทาง

11 June 2026| Number Of Visitors 510

รายงานจาก Reuters เปิดเผยว่า กลุ่มอดีตผู้บริหารระดับสูงของ Honda Motor Co., Ltd. ได้มีการหารือกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับปัญหาที่บริษัทกำลังเผชิญ พร้อมชี้เป้าว่า โทชิฮิโระ มิเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบัน เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ของฮอนด้าเข้าสู่ภาวะวิกฤต

 

ตามข้อมูลที่ Reuters ได้รับจากเอกสารสรุปการหารือและแหล่งข่าวหลายราย กลุ่มอดีตผู้บริหารวิจารณ์ว่า โทชิฮิโระ มิเบะ ละเลยตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุดของโลก ขณะเดียวกันยังเดิมพันกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างผิดทิศทาง จนสร้างความเสี่ยงให้ฮอนด้าเผชิญผลขาดทุนประจำปีเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 70 ปี

 

รายงานระบุว่าในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โนบุฮิโกะ คาวาโมโตะ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารผู้ทรงอิทธิพลของฮอนด้า ได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ในกรุงโตเกียว และเรียกร้องให้โทชิฮิโระ มิเบะ ลาออกจากตำแหน่งโดยตรง

 

อย่างไรก็ตาม โทชิฮิโระ มิเบะยังคงปฏิเสธที่จะก้าวลงจากตำแหน่ง และยังได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริษัท แม้ว่าจะสูญเสียแรงหนุนจากอดีตผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากก็ตาม

 

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการบริหารธุรกิจในประเทศจีน โดยกลุ่มอดีตผู้บริหารมองว่าผู้บริหารระดับสูงของฮอนด้าไม่ได้ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่หรือรับฟังเสียงลูกค้าในตลาดจีนมากพอ

 

ผลลัพธ์คือส่วนแบ่งตลาดของฮอนด้าในจีนลดลงอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 8% ในปี 2020 เหลือต่ำกว่า 3% ในปี 2025 ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่สามารถพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่า

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ฮอนด้าประกาศปรับยุทธศาสตร์ด้านรถยนต์ไฟฟ้าครั้งใหญ่ โดยยกเลิกโครงการรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นที่อยู่ระหว่างพัฒนา พร้อมบันทึกค่าใช้จ่ายด้อยค่าที่เกี่ยวข้องกับโครงการ EV มูลค่าประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 296,000 ล้านบาท) และอาจเพิ่มขึ้นถึง 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคต (ราว 394,000 ล้านบาท)

 

การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการถอยห่างจากเป้าหมายเดิมที่โทชิฮิโระ มิเบะเคยประกาศไว้ว่า ฮอนด้าจะเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายในปี 2040

 

สถานการณ์นี้ไม่ต่างจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อื่น ๆ อย่าง Ford Motor Company, General Motors และ Nissan Motor Co., Ltd. ที่ต้องยกเลิกหรือชะลอโครงการ EV หลายรายการ

 

อดีตผู้บริหารจำนวนหนึ่งยังมองว่า โทชิฮิโระ มิเบะละเลยแนวคิด "เก็มบะ" (Genba) ซึ่งเป็นปรัชญาสำคัญของฮอนด้าที่เน้นการลงพื้นที่จริง ทั้งโชว์รูม โรงงาน และตลาด เพื่อเข้าใจปัญหาและความต้องการของลูกค้าโดยตรง

 

พวกเขามองว่าการขาดการลงพื้นที่ โดยเฉพาะในประเทศจีน ทำให้ผู้บริหารไม่สามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ทันท่วงที ขณะที่คู่แข่งอย่าง Toyota Motor Corporation และนิสสันเริ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคจีนได้เร็วกว่า

 

แม้จะเผชิญแรงกดดันจากอดีตผู้บริหาร แต่คณะกรรมการสรรหาและกำกับดูแลของฮอนด้ายังคงให้การสนับสนุนโทชิฮิโระ มิเบะโดยเห็นว่าเขายังมีแผนฟื้นฟูธุรกิจยานยนต์ที่ชัดเจน แผนดังกล่าวรวมถึงการลดต้นทุนระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ลง 30% และการปรับโครงสร้างทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรมวิศวกรรมที่เคยเป็นจุดแข็งของบริษัท

 

ปัจจุบันธุรกิจรถจักรยานยนต์ของฮอนด้ายังคงสร้างผลกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ธุรกิจรถยนต์กลับเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันด้าน EV การเปลี่ยนแปลงของตลาดจีน และผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

 

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า ฮอนด้ากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์องค์กร และการตัดสินใจของผู้บริหารในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเป็นตัวกำหนดว่าบริษัทจะสามารถกลับมาแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง หรือจะสูญเสียความได้เปรียบให้กับผู้ผลิตรถยนต์ยุคใหม่จากจีนและผู้เล่นรายอื่นในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

 

ที่มา: Reuters


Share this article


Related News/Articles

MITSUBISHI จับมือ Highlanders พัฒนาและเตรียมประกอบหุ่นยนต์สำหรับใช้ในสายการผลิต

11 July 2026

NISSAN TEKTON ผลิตอินเดีย พื้นฐาน Renualt Duster ขุมพลังเบนซินเทอร์โบ ราคาเริ่มต้นราว 366,000 บาท

10 July 2026

HONDA FIT รุ่น Facelift สำหรับตลาดญี่ปุ่น ปรับรุ่นย่อย เพิ่มอุปกรณ์ เริ่มต้นราว 372,000 บาท

10 July 2026

McLaren 788HS รุ่นพิเศษ 788 ม้า ส่งท้ายตระกูล Super Series เจเนอเรชันที่ 2 จำกัด 200 คันทั่วโลก

9 July 2026

FORD หวนคืนสนาม Le Mans ในปี 2570 เตรียมพัฒนารถแข่งเครื่องยนต์ไฮเปอร์คาร์ เผยไลน์อัพทีมแข่งระดับโลก

9 July 2026

Land Rover Defender MY2027 ยกเลิกเครื่อง V8 Supercharged เพิ่มรุ่นย่อย Vertex ลดพละกำลังรุ่น Octa ลง

9 July 2026

MITSUBISHI เตรียมดันรถยนต์ออฟโร้ดด้วยโชว์รูมบูติคในญี่ปุ่น เผย PAJERO ใหม่จะตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่ง เน้นลูกค้ากำลังซื้อสูงขึ้น

9 July 2026

TOYOTA ลงทุน 3.6 พันล้านดอลลาร์ ขยายโรงงานเท็กซัส เตรียมย้ายไลน์ผลิต Tacoma จาก Mexico สู่สหรัฐฯ

8 July 2026

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ Privacy Policy

Accept