Ford เปิดตัวชื่อและราคาจำหน่ายของรถกระบะไฟฟ้าขนาดกลางรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ Ford Fathom ซึ่งนับเป็นรถรุ่นแรกที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟฟ้าใหม่ Universal Electric Vehicle ที่ออกแบบให้รองรับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างยืดหยุ่น โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 28,350 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 939,519 บาท) สำหรับรุ่นแบตเตอรี่มาตรฐาน
ราคาเริ่มต้น 28,350 ดอลลาร์สหรัฐ ยังทำให้ Ford รักษาคำมั่นในการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่เกิน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 994,200 บาท) ได้ แม้ว่าราคาสุทธิหลังรวมภาษี ค่าจดทะเบียน และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จะสูงกว่านั้นก็ตาม โดยบริษัทจะเปิดรับจองในช่วงต้นปี 2027 และเริ่มส่งมอบรถภายในปีเดียวกัน
Ford เลือกใช้ชื่อ Fathom แทนการใช้ชื่อแบบตัวเลขอย่าง F-150 โดยคำว่า Fathom เดิมหมายถึงระยะความยาวจากปลายนิ้วถึงปลายนิ้วเมื่อกางแขนออก ต่อมาถูกใช้ในวงการเดินเรือในความหมายของการวัดความลึกของน้ำ ก่อนจะพัฒนาเป็นคำที่สื่อถึง "ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง" ซึ่ง Ford มองว่าเป็นแนวคิดที่สะท้อนการทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
Ford ระบุว่า Fathom มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างกว่า Toyota RAV4 รองรับผู้โดยสารได้ 5 คน พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) และกระบะท้าย นอกจากนี้ยังติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ รองรับระบบจ่ายไฟออกจากตัวรถ กุญแจดิจิทัล รองรับ Apple Maps และติดตั้งระบบ BlueCruise สำหรับการขับขี่บนทางหลวงในรถทุกคัน
Fathom เป็นผลงานของทีมพัฒนาพิเศษ ของ Ford ที่ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2022 เพื่อทำงานนอกโครงสร้างองค์กรแบบเดิม โดยมีเป้าหมายในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาจับต้องได้และสามารถสร้างผลกำไรให้บริษัท
รถรุ่นนี้เป็นโมเดลแรกที่ใช้แพลตฟอร์ม Universal Electric Vehicle (UEV) โดย Ford ระบุว่าโครงสร้างอะลูมิเนียมแบบ Unicasting ช่วยลดน้ำหนักตัวรถลง 27% เมื่อเทียบกับโครงสร้างของคู่แข่ง พร้อมลดจำนวนชิ้นส่วนลง 20% ลดจำนวนจุดยึดหรือสลัก 25% และลดจำนวนสถานีงานในโรงงานผลิตได้ถึง 40%
นอกจากนี้ยังใช้ระบบไฟฟ้า 48 โวลต์ ทำให้ชุดสายไฟสั้นลงถึง 4,000 ฟุต (1,219 เมตร) และมีน้ำหนักเบาลง 10 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Ford
ด้านระบบขับเคลื่อนใช้แบตเตอรี่ ลิเธียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) ที่ผลิตจากโรงงาน BlueOval Battery Park ในเมืองมาร์แชล รัฐมิชิแกน โดยใช้เทคโนโลยีที่ได้รับสิทธิ์จาก CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีน
รุ่นเริ่มต้นจะติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดมาตรฐาน ส่วนรุ่นที่ระยะทางไกลขึ้น คาดว่าจะวิ่งได้ประมาณ 300 ไมล์ (483 กิโลเมตร) แม้ใช้จำนวนเซลล์แบตเตอรี่น้อยกว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Ford ถึงหนึ่งในสาม
ทีมออกแบบและวิศวกรยังให้ความสำคัญกับหลักอากาศพลศาสตร์ โดยลดความสูงของหลังคาให้ต่ำที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
Ford ยังลงทุน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 66,280 ล้านบาท) เพื่อปรับปรุงโรงงาน Louisville Assembly Plant ในรัฐเคนทักกี โดยเปลี่ยนจากสายการประกอบแบบเส้นตรงมาเป็นรูปแบบขนานลักษณะรูปต้นไม้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทั้งนี้คาดว่า Ford จะทยอยเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของ Fathom ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ก่อนเปิดรับจองอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2027










ที่มา: Carscoops