Nissan Motor เปิดตัว All-New Nissan Kicks อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป พร้อมยกระดับสมรรถนะและเทคโนโลยีครั้งใหญ่ด้วยระบบขับเคลื่อน e-POWER เจเนอเรชั่นที่ 3 และการติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า e-4ORCE เป็นครั้งแรกในตระกูล Kicks รายละเอียดราคาดังนี้
2WD
- เกรด X simple package ราคาจำหน่าย 2,999,700 เยน (ประมาณ 609,000 บาท)
- เกรด X ราคาจำหน่าย 3,259,300 เยน (ประมาณ 661,000 บาท)
- เกรด X+ ราคาจำหน่าย 3,549,700 เยน (ประมาณ 720,000 บาท)
- เกรด G ราคาจำหน่าย 3,898,400 เยน (ประมาณ 791,000 บาท)
4WD
- เกรด X e-4ORCE simple package ราคาจำหน่าย 3,349,500 เยน (ประมาณ 680,000 บาท)
- เกรด X e-4ORCE ราคาจำหน่าย 3,599,200 เยน (ประมาณ 730,000 บาท)
- เกรด X+ e-4ORCE ราคาจำหน่าย 3,889,500 เยน (ประมาณ 789,000 บาท)
- เกรด G e-4ORCE ราคาจำหน่าย 4,248,200 เยน (ประมาณ 862,000 บาท)
Kicks รุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของการเป็นคอมแพกต์เอสยูวีที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางท่องเที่ยว โดยมาพร้อมรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งขึ้น ห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่าเดิม และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครันยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญของ Kicks ใหม่คือระบบ e-POWER เจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งใช้ชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบ 5-in-1 รุ่นใหม่ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ ชุดทดรอบ และชุดเพิ่มรอบ รวมอยู่ในโมดูลเดียว ส่งผลให้ระบบมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักลดลง และมีความแข็งแรงมากขึ้น
ระบบดังกล่าวทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.4 ลิตร รหัส HR14DDe ซึ่งทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับป้อนให้มอเตอร์ขับเคลื่อน ส่งผลให้รถมีความเงียบมากขึ้น พร้อมประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีขึ้นกว่าเดิม
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเพิ่มทางเลือกระบบ e-4ORCE เทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าของ Nissan ซึ่งสามารถควบคุมการกระจายแรงบิดและการทำงานของระบบเบรกอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้ง ลดอาการโคลงของตัวรถ และยกระดับความมั่นใจในการขับขี่บนพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะต่ำ
ตัวรถยังได้รับการปรับปรุงโครงสร้างให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ควบคู่กับการออกแบบระบบช่วงล่างใหม่ ช่วยเพิ่มความมั่นคงขณะเข้าโค้ง ลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนน และมอบความนุ่มนวลในการโดยสารมากขึ้น โดยในรุ่น e-4ORCE ยังมาพร้อมโหมด Snow Mode สำหรับการขับขี่บนพื้นผิวลื่นหรือถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะ
ด้านการออกแบบภายนอก Kicks ใหม่ มาพร้อมแนวทางการออกแบบที่ดูแข็งแกร่งและสปอร์ตมากขึ้น โดยส่วนหน้ารถได้รับแรงบันดาลใจจากหมวกอเมริกันฟุตบอล โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงกว้างแนวนอนและชุดไฟ Signature Lighting ดีไซน์ใหม่
รุ่น G ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดได้รับการตกแต่งกันชนและชิ้นส่วนภายนอกด้วยสีดำเงา Gloss Black เพื่อเพิ่มความพรีเมียม ขณะที่รุ่น X, X+ และ X Simple Package มาพร้อมลวดลาย Polygon บริเวณกันชนหน้า ชายล่างตัวถัง และกันชนท้าย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นรองเท้าผ้าใบ ช่วยเพิ่มความแตกต่างให้กับตัวรถ
ด้านท้ายโดดเด่นด้วยกราฟิกสีดำขนาดใหญ่และชุดไฟท้ายแบบ Full-Width LED ที่พาดยาวตลอดความกว้างของตัวรถ ช่วยเสริมบุคลิกความเป็น SUV ให้ดูแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ภายใต้แนวคิด Modern Lounge ที่เน้นความโปร่งโล่งและความสะดวกสบาย โดยเลือกใช้วัสดุสัมผัสนุ่มทั้งหนังสังเคราะห์และผ้าคุณภาพสูงบริเวณคอนโซลหน้า แผงประตู และคอนโซลกลาง เพื่อยกระดับความรู้สึกพรีเมียมภายในห้องโดยสาร
Nissan ระบุว่า Kicks ใหม่ มีพื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่วางเข่า และความกว้างเบาะนั่งตอนหลังอยู่ในระดับแถวหน้าของกลุ่มรถคอมแพกต์เอสยูวี พร้อมติดตั้งเบาะ Zero Gravity ทั้งเบาะคู่หน้าและเบาะหลังด้านนอก เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทางระยะไกล
ด้านเทคโนโลยี มาพร้อมระบบ NissanConnect รุ่นล่าสุด รองรับ Google Built-in และจอแสดงผลดิจิทัลแบบคู่ขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อเป็นแผงเดียวกันในบางรุ่นย่อย ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและยกระดับภาพลักษณ์ความทันสมัยของห้องโดยสาร
Nissan ยังเพิ่มสีตัวถังใหม่ Resonance Blue ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของเทคโนโลยี e-POWER โดยเฉพาะ เป็นสีน้ำเงินโทนสว่างที่ให้ความรู้สึกสะอาดและล้ำสมัย ขณะที่ตัวเลือกสีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 9 สี รวมถึงสีทูโทน
ด้านระบบความปลอดภัย Kicks ใหม่ ยังคงติดตั้งระบบช่วยขับขี่ ProPILOT เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อย พร้อมยกระดับระบบกล้องมองภาพรอบคัน Intelligent Around View Monitor ด้วยฟังก์ชัน Front Wide View, Invisible Hood View และ 3D View ซึ่งช่วยเพิ่มมุมมองบริเวณจุดอับสายตาและพื้นที่ด้านหน้ารถที่ผู้ขับมองไม่เห็น
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบ Intelligent Emergency Braking ให้สามารถตรวจจับคนเดินถนน รถสวนทาง และรถที่วิ่งตัดผ่านทางแยกได้ดียิ่งขึ้น พร้อมติดตั้งระบบเตือนและช่วยควบคุมรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา รวมถึงระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง เพื่อยกระดับความปลอดภัยรอบคันให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม

























ที่มา: Nissan Global Newsroom