EN / TH

โตโยต้า เคาะแผนเปิดตัว Hilux ไฮโดรเจนปี 2028

19 กันยายน 2569

เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน 7 เดือนเติบโต 0.1%

17 กันยายน 2569

DENZA Z9GT Super EV 1,100 แรงม้า BYD FLASH ชาร์จไฟ 10–97% ใน 9 นาที ครั้งแรกในไทย 2,899,900 บาท

17 กันยายน 2569

รถยนต์ไฟฟ้า BEV เหมาะกับใคร?

15 กันยายน 2569

Mitsubishi Eclipse Cross EV วิ่งได้ 650 กม.!!!

15 กันยายน 2569

Renault Niagara พลัง 1.3 ลิตร เทอร์โบ ขับขี่ได้เหมือนรถ SUV เข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกา

15 กันยายน 2569

NIO FRIEFLY น่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง คล่องตัวขนาดกำลังดี

14 กันยายน 2569

มาเลเซียเข้มกำแพงภาษีบีบรถนำเข้า BYDเร่งประกอบในประเทศ

14 กันยายน 2569

CHERY GROUP ดันพลัง REEV เป็นทางเลือกให้คนไทยในอนาคต

14 กันยายน 2569

GWM เปิดแพ็กเกจขยายการรับประกันแบตเตอรี่ ORA5 EV เป็น 10 ปี หรือ 220,000 กม. เริ่มต้น 6,500 บาท

14 กันยายน 2569

เจาะลึก REEV ขุมพลังทางเลือกใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ดีไหม เหมาะกับใคร?

14 กันยายน 2569

โปรลับ Toyota bZ4X รถยนต์ไฟฟ้าแห่งความมั่นใจ “ซื้อก็สบาย ใช้ก็สบาย” พบข้อเสนอพิเศษ ดอก 0% ผ่อนเริ่ม 13,652 บาท/เดือน

11 กันยายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า บทความ

ลองระบบช่วยเหลือการขับขี่ใน MG URBAN ที่น่าจะได้ใช้งานบ่อย ๆ ใช้แล้วเป็นอย่างไร?

31 สิงหาคม 2569| จำนวนผู้เข้าชม 564

MG URBAN ได้ทดลองขับขี่ในสถานการณ์เดินทางไกลกทม. - บางแสน ไปแล้ว แต่ยังไม่เคยลองขับใช้งานในเมืองตามแบบฉบับชีวิตประวัน ว่าใน 1 ชาร์จ ที่เคลมเอาไว้ 530 กม. NEDC วิ่งจริงได้เท่าไหร่ แต่ในการลองขับครั้งอาจไม่ได้ขับจนระดับแบตฯ เกลี้ยงเหลือต่ำกว่า 20 - 30% ผมตั้งใจว่า การใช้งานจริง ๆ แล้ว เราไม่ควรรอให้แบตฯ ใกล้หมด เว้นแต่บางกรณีที่สามารถคำนวนระยะทางการใ้ช้งานและกลับมาชาร์จที่บ้านได้ และอีกเรื่องที่ยากลองคือ พวกระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่าง ๆ และระบบช่วยจอดนี่เวลาเจอสถานการณ์จริง ๆ หาช่องได้เร็วแค่ไหน จะใช้เวลานานไหม จะกดดันแค่ไหน เวลามีรถมาจอดรอ!

 

 

 

 

ลองใช้ระบบต่าง ๆ ที่น่าสนใจและอาจใช้เป็นประจำให้ลึกขึ้นอีกนิด ใครที่กำลังตัดสินใจซื้อ บางครั้งยังนึกไม่ออกว่าระบบช่วยเหลือต่าง ๆ ที่อยู่ในรุ่นท็อปสุดอย่าง MG URBAN ULTRA (Smooth) คันนี้ใช้จริงเป็นอย่างไร การทำงานสอดคล้องกับสภาพการจราจรในประเทศไทยแค่ไหน มาทดลองระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่น่าจะใช้งานบ่อยในชีวิตจริงไปพร้อม ๆ กันเลยครับ

 

 

 

 

ระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน LCC (Lane Centering Control) และระบบช่วยควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในเลนพร้อมดึงกลับ (LKA / LDP / LDW / ELK)

: 7 / 10

ระบบนี้มีอาการดึงซ้ายดึงขวา ผู้ขับขี่ต้องค่อยประคองหรือว่าต้อง "ขืน" แก้เอียงไปมา เพราะระบบจะพยายายามบังคับทิศทางของพวงมาลัยให้รถอยู่ตรงกลางเลนมากที่สุด แต่ว่ากลับกลายเป็นเกิดอาการ "ส่าย" ไปมาแทน อาจทำให้คนขับหรือคนนั่งมึนหัวได้ ยังดีที่ระบบช่วยดึงกลับอัตโนมัติเมื่อรถออกนอกเลนทำงานได้ค่อยข้างนุ่มนวลสมูท ไม่กระชากแม้ว่าตัวรถจะหักเอียงออกนอกเลนมาก ๆ แต่ระบบกลับค่อย ๆ ดึงเข้าแบบนุ่มนวล สรุปคือ ระบบช่วยประคองให้รถอยู่ในเลนนั้นยังไม่ค่อยเนียน แต่ระบบช่วยกลับนั้นค่อยข้างดีเลยทีเดียวครับ


ระบบเตือนเมื่อมีรถมาขณะถอยหลังพร้อมเบรกอัตโนมัติ และเตือนมุมอับสายตา (BSD / LCA / RCTA / RCTB / DOW / RCW)

: 10 / 10

ระบบนี้ใช้งานได้ดีมาก ๆ ไม่ว่าจะถอยออกจากที่จอดในมุมอับสายตา มุมกลองก็ช่วยให้มองเห็นด้านหลังที่ค่อนข้างกว้างมาก และยังมีเสียงกับสัญลักษณ์เตือนบนจอ ช่วยให้ระวังรถที่มาจากด้านหลังได้ดีและถ้ารถยังเคลื่อนออกไป ก็จะมีระบบช่วยเบรกให้ นับว่าปลอดภัยสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำมาก ๆ อีกระบบหนึ่ง ส่วนระบบเตือนมุมอับด้านข้างใช้ดีอยู่แล้ว และมีระบบเตือนรถด้านข้างขณะจอดเมื่อเปิดประตูก่อนลงจากรถก็ช่วยให้ปลอดภัยเมื่อต้องจอดรถริมถนนได้ดี

 

 

 

ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ พร้อมระบบแจ้งเตือน ALC (Auto Lane Change with Alert)

: 5 / 10

ระบบนี้นับเป็น "ไอเดียที่ดี" ช่วยในการแซงให้ปลอดภัย แต่ในการใช้งานจริงแล้ว ไม่ค่อยสะดวกและปลอดภัย นอกจากนี้ยังใช้ได้ในเฉพาะบางสถานการณ์เท่านั้น เช่น บนทางด่วนหรือถนนวิ่งระหว่างเมือง โล่ง ๆ รถน้อย และรถที่ขับมาด้านหลังในเลนที่จะแซงนั้นจะต้องขับมาช้า ๆ อีกด้วย เพราะระบบนี้ เท่าที่ได้ลองนั้นระบบตรวจจับแค่เลนที่จะแซงนั้น "ว่าง" ไม่มีรถ และห่างออกไป แต่ไม่สามารถตรวจจับความเร็วที่ขับมาได้ละเอียกมากพอ บางครั้งเมื่อแซงขึ้นไปรถที่อยู่ในเลนนั้นใช้ความเร็วมากกว่า อาจทำให้เกิดอันตรายได้ ระบบนี้ผมว่าคนขับแซงเองดีกว่าครับ

 

  

 


ระบบแสดงภาพด้านข้างขณะเปิดไฟเลี้ยว / กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ

: 10 / 10

อันนี้ดีจริง ! แม้ว่าใช้งานจริงก็ยังมองกระจกข้างเหมือนเดิม แต่ก็ช่วยให้เห็นมุมมองอะไรใหม่ ๆ ที่อาจเป็นมุมอับ โดยเฉพาะในเวลากลางคืนตอนที่กำลังจะจอดรถข้างทางหรือในที่จอดรถสามารถมองภาพในจอและช่วยให้จอดได้สะดวกปลอดภัยขึ้น และความฉลาดคือ เอานิ้วลากไปมาบนจอได้ตามต้องการ ส่วนกล้องรอบคันคมชัด ยิ่งกลางคืนช่วยให้มองเห็นรอบคันได้ดี


ระบบช่วยเตือนการชน FCW และระบบช่วยเบรก AEB

: 10 / 10

รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ มีระบบนี้ และบางครั้งก็ใช้งานได้ไม่ค่อยเหมาะสมกับสภาพการจราจรของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงการจราจรแออัดและในตรอกซอกซอยที่วุ่นวาย ระบบนี้มักจะตรวจจับและเบรกอัตโนมัติ แม้ว่าจะไม่มีสิ่งกีดขวางตรง ๆ ด้านหน้า แค่อยู่ขอบทางหรือใกล้ ๆ ก็เบรก แต่ใน Urban ตั้งแต่ใช้งานมา 4 วัน ยังไม่เจออาการนี้ (หรือการจราจรยังไม่วุ่นวายพอ) นับว่าคลายความกังวลในช่วงการจราจรหนาแน่นและวุ่นวายในซอยแคบ ๆ ได้ดี

 

ระบบเปิด - ปิดไฟสูงอัตโนมิติ IHC (Intelligent High-beam Control)

: 10 / 10

รถยนต์หลายคันมีระบบนี้ แต่หลายรุ่นก็ใช้จริงไม่ค่อยเวิร์ค แต่ใน Urban ระบบช่วยเปิดไฟสูงทำงานตอบสนองได้ทันใจและไว้ต่อแสงน้อยหรือมาก ได้ดั่งใจ แม้จะมีช่วงมืดแค่ระยะสั้น ๆ ระบบก็เปิดไฟสูงให้และรีบปิดทันทีเมื่อมีแสงไฟหรือรถยนต์ที่สวนทางมา นับว่าใช้งานจริงได้ดีและไว้ใจได้

 

 

 

ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Smart Parking Assist)

: 10 / 10

ระบบช่วยจอดใน Urban มีทั้งหมด 3 รูปแบบกับอีก 1 ฟังก์ชั่นเด็ด คือ ถอยจอดเข้าช่องและสั่งออกจากช่องจอดอัตโนมัติ, จอดแบบขนาดริมถนน, และอีกระบบที่มีในรถราคาเกินล้านคือ จอดแบบอิสระที่สามารถเลือกปรับทิศทางในการจอดได้อย่างอิสระ แม้ในกรณีที่ไม่มีตีเส้นช่องจอด เช่น ลานโล่ง ๆ ก็เลือกจุดต้องการจอดด้วยการเลื่อนช่องบนหน้าจอ โดยขยับหรือหมุนตามต้องการและกรอบแสดงสีน้ำเงิน กดสั่งการได้ทันที และอีกระบบที่มักมีในรถหลักล้านเช่นกันคือ REMOTE PARKING ระบบช่วยจอดสั่งเดินหน้า - ถอยหลังผ่านสมาร์ทโฟน - สามารถบังคับรถแนวเส้นตรงเพื่อความสะดวกสบายขั้นสุดในการการขึ้น-ลงรถ นับว่าให้ฟังก์ชั่นรถเกินล้านมาแบบครบ ๆ และในการจอดแบบถอยเข้าซองใช้เวลาไม่นานมาก แต่จอดเองได้อยู่แล้วจะเร็วกว่าครับ


(*ระบบ i-SMART PRO สั่งการขยับรถระยะไกล ต้องมีแอปฯ ลงทะเบียนในสมาร์ทโฟน แต่เคยทำให้ดูในกรุ๊ปเทสแล้ว)

 

 

 

 


ระยะทางไม่ตรงปกขับไป 252 กม. แบตฯ เหลือ 37% ระยะทางวิ่งได้ 166 กม. แต่ชาร์จไว้ดี

MG URBAN มีขนาดแบตฯ 53.9 กิโลวัตต์ - ชั่วโมง เคลมจากโรงงานว่าวิ่งได้ 530 กม. NEDC เราทราบกันดีว่าไม่ถึงแน่ ๆ หลังจากใช้งานจริงขับไป 252 กม. ระดับแบตฯ คงเหลือ 37% ระยะทางคงเหลือ 166 กม. เมื่อใช้งานในเมืองแบบขับขี่ในชีวิตประจำวันพบว่า ระยะทางที่วิ่งได้คิดแบบคร่าว ๆ 418 - 420 กม. หายไป 112 กม. จาก 100% ลงมาถึง 37% ใช้งานในเมืองความเร็วต่ำ ๆ อาจจะขยับขึ้นไปถึง 430 กม. ก็เป็นได้ ซึ่งการชาร์จรองรับ DC FAST CHARGE 88 kW แต่เมื่อลองชาร์จกับหัวจ่ายไฟ DC 120 kW ทั่วไป รับกำลังไฟได้ถึง 68 kW และใช้เวลาไป 17 นาทีนิด ๆ ก็ได้ไฟกลับมา 71% ได้ระยะทางเพิ่มมา 155 กม. เพียงพอที่จะเดินทางต่อไปได้สบาย ๆ

 

 

 

 

สรุปใช้งานระบบต่าง ๆ ดีหรือไม่อันไหนควรเปิดไว้อันปิดดีกว่า!

 

หลังจากลองขับในถนนเปิดระบบต่าง ๆ แล้วพบว่า ระบบที่ใช้งานได้จริง ไม่กระทบการขับขี่และช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ดีมีดังนี้

  • ระบบควบคุมความเร็วแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถมาขณะถอยหลังพร้อมเบรกอัตโนมัติ ( LCA / RCTA / RCTB / RCW)
  • เตือนมุมอับสายตาและเตือนเมื่อมีรถมาขณะลงจากรถ (BSD / DOW)
  • ระบบช่วยเตือนการชน FCW และระบบช่วยเบรก AEB
  • ระบบเปิด - ปิดไฟสูงอัตโนมิติ IHC (Intelligent High-beam Control)
  • ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Smart Parking Assist)


ระบบที่น่าจะยังไม่ตอบโจทย์ใช้งานจริง (ขึ้นกับสภาพการขับขี่ สภาพแวดล้อมแต่ละคน) ดังนี้

  • ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ พร้อมระบบแจ้งเตือน ALC (Auto Lane Change with Alert)
  • ระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน LCC (Lane Centering Control)
  • ระบบช่วยควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในเลนพร้อมดึงกลับ (LKA / LDP / LDW / ELK)


ความจริงระบบต่าง ๆ หากอยู่ในสถานการณ์หรือสภาพการขับขี่ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก ๆ แต่ผู้ขับขี่ต้องมีสติ และต้องสามารถควบคุมรถได้เองตลอดเวลา ไม่ควรปลอยให้ระบบจัดการเอง และไม่ควรเชื่อมั่นใจในระบบมากเกินไป จนเกิดความประมาท เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด ห้ามโทษระบบ! เพราะสุดท้าย คนเป็นผู้กำหนดควบคุมและสั่งงานให้รถยนต์ขับเคลื่อนไปได้

 

 


MG Urban Ultra กับราคาพิเศษ 729,900 บาท จากราคาปกติ 749,900 บาท (ภายใต้มาตการใหม่ EV 3.5 ) พร้อมรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน ยกเว้นลูกค้าที่จดทะเบียนรถเป็นรถนิติบุคคล และการใช้รถเชิงพาณิชย์ (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ออปชั่นอัดแน่นรับประกันแบต​ ยาวนานขนาดนี้ คุ้มไหมต้องไปลองขับสัมผัสด้วยตัวคุณเองครับ

 

บทความ : สินธนุ จำปีศรี 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

NIO FRIEFLY น่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง คล่องตัวขนาดกำลังดี

14 กันยายน 2569

เจาะลึก REEV ขุมพลังทางเลือกใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ดีไหม เหมาะกับใคร?

14 กันยายน 2569

ลองขับ GEELY STARAY EM-R ขับด้วยมอเตอร์+เครื่องยนต์ปั่นไฟ+ชาร์จไฟได้ ขับสนุกแต่นุ่มไปหน่อย

20 สิงหาคม 2569

Suzuki Fronx GLX Plus 799,000 บาท ตัวเลือกที่น่าใช้หรือไม่?

17 สิงหาคม 2569

Isuzu MU-X 2.2 RS 4x4 ราคา 1.724 ล้านบาท ยังน่าใช้อยู่ไหม?

31 กรกฏาคม 2569

Toyota Yaris ATIV HEV ไม่คาดหวัง แต่เกินคาด พลังไฮบริดแรงและประหยัด 30 กม. ลิตร มีให้เห็น

22 กรกฏาคม 2569

ISUZU VehiCross หมัดเด็ด SUV ยุค 1997 ผลิตไม่ถึง 6,000 คัน

20 กรกฏาคม 2569

บทสัมภาษณ์ ทีมพัฒนา Mitsubishi PAJARO

19 กรกฏาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ