EN / TH

PT Maxnitron Racing Series 2026 ปิดเมืองแข่ง ขับเคี้ยวสุดมันทั้งรุ่นเล็กใหญ่ พร้อมกิจกรรมมากมาย จ. สงขลา 16 - 18 ต.ค. 2569

16 ตุลาคม 2569

Tesla Roadster เปิดตัวแบบลอยฟ้าบินได้ใช้เทคโนโลยี SpaceX 0-96 กม./ชม.ใน 0.8 S.

16 ตุลาคม 2569

Porsche เผยโฉม Mission S แพลตฟอร์มอนาคตรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเครื่องยนต์วางกลางอันทรงพลัง

16 ตุลาคม 2569

Hyundai Tucson N Line 2027 จำหน่ายเฉพาะในตลาดยุโรปเท่านั้น

16 ตุลาคม 2569

GM มีแผนทดสอบรถ Silverado 3500 ไร้คนขับสำหรับกองทัพในปีหน้า

15 ตุลาคม 2569

เปิดตัว Atto 8 SUV 3 แถวในยุโรป ณ งาน Paris Motor Show รุ่นท็อป 764 แรงม้า มาพร้อม Flash Charging เพียง 5 นาที

15 ตุลาคม 2569

NEW YAMAHA R15M ลายพิเศษ Monster Black ถ่ายทอด DNA ความแรงจาก YZR-M1 เพียง 100 คัน!

15 ตุลาคม 2569

โตโยต้า ชวนสัมผัสรถยนต์ BEV และ HEV เต็มรูปแบบใน “bZ4X COMPLETE YOUR EXPERIENCE” และ “TRUST ME DRIVE FEST” ตลอดตุลาคมนี้ ณ TOYOTA ALIVE

15 ตุลาคม 2569

ฟอร์ดฉลอง 30 ปี สมาชิก Ford Rewards Club ลุ้นทองคำ iPhone 18 และอื่นๆ กว่า 100 รายการ

14 ตุลาคม 2569

เปิดตัว smart #2 ที่ Paris Motor Show ลูกคนเล็ก Mercedes-benz ในตำนาน และรุ่นพิเศษจำกัดประเทศละ 999 คัน

14 ตุลาคม 2569

Audi RS 3 Sportback DNA สนามแข่ง 400 แรงม้า พร้อมระบบ quattro จัดเต็มราคา 5.959 ล้านบาท

14 ตุลาคม 2569

Ford Ranger MS-RT Champion Edition ล้อสีทองสติ๊กเกอร์คาดแนวตัวแข่ง ขายแค่ยุโรปและสหราชอาณาจักร

14 ตุลาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า บทความ

ลองขับ GEELY STARAY EM-R ขับด้วยมอเตอร์+เครื่องยนต์ปั่นไฟ+ชาร์จไฟได้ ขับสนุกแต่นุ่มไปหน่อย

20 สิงหาคม 2569| จำนวนผู้เข้าชม 1,675

ลองขับมาแล้ว GEELY STARAY EM-R พลัง REEV ขับด้วยมอเตอร์+เครื่องยนต์ปั่นไฟ+ชาร์จไฟได้ ขับสนุก แต่นุ่มนวลไปหน่อย !

GEELY STARAY EM-R รถยนต์ที่ตั้งใจให้สามารถขับขี่ได้ระยะทางมาก ๆ โดยยังคงความสนุกของพลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ใช้ได้ทั้งน้ำมันในรูปแบบ Series Hybrid และ วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนมากสูงสุด 104.8 กม. จากการเสียบชาร์จไฟฟ้าเก็บในแบตเตอรี่ขนาด 18.4 kWh จากสเปคแล้วเป็นรถที่น่าสนใจอีกนึงคันสำหรับครอบครัวที่ใช้เป็นรถคันเดียวคันหลักของบ้านได้เลย แต่ก่อนตัดสินใจซื้อมาดูความรู้สึกหลังได้ทดลองขับในทริป 1 วัน กทม.- หมวกเหล็ก โดยเดินทางอ้อมผ่านนครนายก และตัดเข้าถนนบ้านนา-แก่งคอย มุ่งสูอ่างเก็บน้ำหมวกเหล็กและวนกลับจุดเริ่มต้นฝั่งสระบุรี ระยะทางรวมกว่า 300 กว่า


สิ่งที่เจอคือ! นุ่มนวล ขับสบาย เงียบเก็บเสียงดี อัตราเร่งไม่แรงไม่ดึงจนหน้าหงาย ระบบการทำงานของตัวช่วยเหลือการขับขี่ครบถ้วน แต่ยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ยังต้องปรับปรุงอีกหน่อย!

 

 

 

สมรรถนะหลังทดลองขับ 7.5/10

ด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าล้วน 160 kW หรือ 218 แรงม้า แรงบิด 262 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้านั้น หากคุณอยากได้อาการออกตัวล้อฟรี อาจไม่มีให้เห็นเพราะว่าการปรับจูนคันเร่งนั้นเน้นนุ่มนวลไม่กระชาก เหมาะกับการเดินทางสำหรับครอบครัว ผู้ใหญ่ เด็ก ที่ต้องการความสบายและไม่กระชาก แต่ก็ทำอัตราเร่งได้ไหลลื่นและแรงพอตัว ทั้งออกตัวเร่งแซง เพียงพอในการใช้งาน ระบบเบรกทำงานได้ดี และยังปรับน้ำหนักแบบธรรมดา นุ่มเท้าแต่ใช้น้ำหนักกดลงลึกกว่าในแบบสปอร์ทที่กดนิดเดียวหัวทิ่มเลย เน้นความไว้ในการเบรกมากกว่า เลือกตามความชอบส่วนตัวขอแบบธรรมดาเพราะควบคุมได้ง่ายกว่า

 

 

 


เมื่อขับไปเรื่อย ๆ กลับพบว่า แม้คันเร่งจะนุ่มนวล แต่ระบบช่วงล่วงที่อิสระ 4 ล้อ กลับ ปรับความนุ่มและแข็งของโช้คอับยังไม่เข้าที่เข้าทาง หรือ "ไม่กลมกล่อม" ผิดจากที่คาดไว้ในตอนที่ลองขับรุ่นร่วมค่ายอย่าง EX5 BEV ล้วน ที่ทำได้นิ่งเนียนกว่า โดยอาการของช่วงล่างจะนุ่มนวลสบายในช่วงความเร็วต่ำ กลาง และถนนเรียบ ๆ แบบลาดยาง หากขับขี่ผ่านเนิน คอสะพานหรือถนนคอนกรีตที่เรียงเป็นแผ่น ๆ แล้ว จะรู้สึกว่าตัวรถมีอาการ หน้า-หลังกระเด้ง ดีด เบา ๆ และพร้อมกับการเอนเอียงซ้าบขวา ไป-มา แต่ไม่ถึงกับเหวี่ยง อาการจะคล้าย ๆ เมื่อกระแทกหรือโดดคอสะพาน โช้คจะยุบและในจังหวะยืดจะดีดขึ้นเร็วเกินไป ทำให้คนนั่งรู้สึกว่าตัวรถ "เด้ง" มากเกินไป คนนั่งจะมีอาการมึนและเมาได้ง่าย

 

 

 

 

 

 

การควบคุมของพวงมาลัย 7/10

การควบคุมหากระบบช่วยเหลือการขับขี่เปิดอยู่ ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลนนั้นจะคอย "ฉก ซ้าย-ขวา" เพื่อรักษารถให้อยู่ในเลนตลอด กลายเป็นว่า พวงมาลัยจะขยับส่ายไปมา ทำให้รถมีอาการโคลงไปมาตลอดเวลา สุดท้ายต้องปิดระบบเอาไว้ครับ (ซึ่งเป็นค่าตั้งไว้มาตรฐานทุกครั้งที่ติดเครื่องปิดไว้ก็ไม่จำค่า) เมื่อปิดระบบนี้รถนิ่งขึ้นเยอะ อาการส่ายหายไปทันที แต่ผู้ขับขี่จะต้องควบคุมพวงมาลัยเกรงมือให้นิ่งหน่อย เพราะน้ำหนักของพวงมาลัยเบาและตอบสนองไว้มาก อย่างไรก็ตามแม้น้ำหนักพวงมาลัยจะไว แต่ก็ยังขับขี่เข้าโค้งก็ให้ความเกาะระดับหนึ่ง แม้จะมีอาการบั้มตามลอนของพื้นผิวถนน แต่ก็ยังควบคุมตัวรถไปได้ไม่ยากนัก ทั้งนี้ หากขับขี่ในความเร็วอาจต้องจับพวงมาลัยและประคองให้นิ่ง เพื่อชดเชยระบบช่วงล่างที่นุ่มนวลและอาการโยนตัวในช่วงโยกเปลี่ยนเลน

นี่คือจุดเดียวที่อยากให้ทาง Geely ลองปรับปรุงเพิ่มเติม เพราะ ขนาดน้องบีทีมงาน MassAutoCar เป็นคนไม่เมารถยังแอบมึนมาแล้ว จึงอาจส่งผลให้กับลูกค้าที่ซื้อไปขับ อาจทำให้คนทางบ้านบ่นได้ครับ นี่คือความรู้สึกที่ได้ลองขับในวันนี้ซึ่งอาจไม่เกิดอาการนี้กับท่านอื่น ๆ ก็ได้

 

 

 

 

 


อัตราสิ้นเปลือง 8.5/10

ระบบ REEV เน้นขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า แต่เพิ่มระยะทางได้ไกลกว่า โดยไม่ต้องง้อที่ชาร์จ เพียงแค่เติมน้ำมัน เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร จะผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ขนาด 18.4 kWh รวมพลังงานเต็มทั้งระบบอาจขับขี่ได้ทะลุ 1,000 กิโลเมตร ในทริปนี้ไม่เน้นใช้โหมด EV วิ่งไฟฟ้าล้วนแล้วจะได้ระยะทางเท่าไหร่ ตรงปกหรือไม่ แต่จะเน้นเสมีอนเป็นเจ้าของรถที่จะเดินทางท่องเที่ยว โดยชาร์จไฟเกือบเต็มระบบประมาณ 95% และน้ำมันปริมาณที่เต็มถัง (บนมาตรวัด) ออกเดินทางไปกลบกทม.- สระบุรี หมวกเหล็ก รวมกว่า 300 กม.


การขับเพื่ออยากทราบอัตราสิ้นเปลืองในโหมด Hybrid ว่าใช้จริงเป็นอย่างไร ผลคือ ในช่วงที่มีระบบแบตฯ มากกว่า 25% (โดยประมาณ) ระบบขับเคลื่อนจะเน้นพลังงานจากแบตฯ มากกว่า ทำให้เครื่องยนต์แทบจะไม่ติดเพื่อปั่นไฟเลย ตัวเลขบนมาตรวัดจึงอยู่ระหว่าง 44 - 50 กม./ลิตร บางช่วงคือใช้ไฟฟ้าล้วน ๆ ทำได้ถึง 99 กม./ลิตร (แน่นอนก็เครื่องไม่ติดหนิ) จนเมื่อขับรวมระยะทางได้ 90 - 110 กม. ไปแล้ว ระดับไฟฟ้าในแบตฯ หมดจนระยะทางวิ่งของระบบไฟฟ้าที่โชว์บนมาตรวัดเหลือ 0 กม. ความบันเทิงก็เริ่มขึ้นครับ!

 

ขับโหมดไฮบริดจนไฟหมด!

ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่หลายคนอยากทราบจริง ๆ ว่า รถยนต์แบบ PHEV เมื่อขับขี่จนไฟหมดจะกินน้ำมันกี่โลลิตร? นี่คือคำตอบ สำหรับการเดินทางครั้งนี้ หลังจากที่ "หมดไฟ" แล้ว ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองบนมาตรวัดลดลงมาที่ 15 - 18 กม./ลิตร โดยก่อนสิ้นสุดทริปนั้นอยู่ที่ 15 กม./ลิตร ตัวเลขนี้พอใจหรือไม่ครับ แล้วแต่มุมมองมองและความต้องการใช้งานของแต่ละคนเลย ซึ่งการขับขี่นั้นไม่มีการปั้นตัวเลข ใช้ความเร็วเดินทางตามสภาพการจราจรและมีการเร่งแซงในบางจังหวะที่จำเป็น พร้อมทั้งขับขี่ลัดเลาะตามทางรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำหมวกเหล็ก

 

นี่คือ ชีวิตจริง! สำหรับผมถือว่า รถไซซ์ขนาดใหญ่ C-Segment ประหยัดระดับกลาง ๆ สำหรับตัวรถขนาดนี้แลกกับความทันสมัยและออปชั่นล้นคันพร้อมกับอัตราเร่งที่มัน ๆ สนุก ๆ ในทุกลีลา (เว้นแค่ช่วงล่างที่นุ่มไป) แต่อย่าลืมว่าหากใช้งานในระยะทางสั้น ๆ ไม่เกิน 80 กม.ต่อวัน ชาร์จไฟให้เต็ม AC รองรับ 6.6 kW และ DC รองรับ 30 kW และขับด้วยระบบ EV โหมด คุณไม่ต้องใช้น้ำมันเลยครับ

 

 

 

 

 

ความสะดวกสบาย 9/10


สัมผัสแรกชอบความนุ่มนวลและสบายตัว ทั้งท่านั่งขับขี่และการใช้คันเร่งและเบรก ที่ให้ความใกล้เคียงกับรถยนต์น้ำมันอยู่ไม่น้อย การใช้งานสวิตช์ควบคุมต่าง ๆ ยังคงมีอยู่นอกจอกลางให้ใช้งานง่าย เช่น ปรับกระจกมองข้าง ปรับช่องแอร์ เปิด-ปิดระบบแอร์บนปุ่มคอนโซลกลาง และปรับอุณหภูมิบนจอแต่มีเมนูด้านล่างพอให้ใช้งานง่าย เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบเป่าลมเย็น บนมาตรวัดคนขับจกใหญ่ชัดเจนและมี Head-Up Display แสดงข้อมูลต่าง ๆ สะท้อนกระจกด้านหน้าให้มองโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ หลังคาพาโนรามิคพร้อมม่านไฟฟ้า เพลิดเพลินเวลาเดินทางได้ดี ติดตรงที่วางแก้วน้ำบนคอนโซลกลางเล็กมาก วางแก้วกาแฟพร้อมกันอาจจะเบียด ส่วนแก้วใหญ่อย่าง Teti หมดสิทธิ์ วางได้แต่จะเอียง ๆ หน่อย ที่นั่งตอนหลังกว้างโปร่ง เบาะนั่งสบาย พื้นที่วางขายังเหลือ พื้นที่บนศีรษะโปร่งสบาย ตำแหน่งที่เท้าแขนลงตัวแต่ช่องวางแก้วน้ำเล็กไปอีกแล้ว


ระบบเครื่องเสียงจาก Flyme Sound ตกแต่งเสียงได้กลมกล่อมและนุ่มลึกเบสแน่น ๆ แต่หนักมาก ฟังกำลังสบาย เสียงแหลมพอดี ครบทุกย่านเสียง เมื่อเทียบกับราคารถให้ลำโพงมากถึง 14 ตำแหน่ง และ อีก 2 ตำแหน่งตรงหัวหมอนคนขับ ที่สามารถเลือกเปิดฟังก์ชั่น รับสายแบบส่วนตัว ได้ยินเฉพาะผู้ขับขี่ได้ โดยเสียงลำโพงรอบคันจะถูกปิดไว้

 

 

 

 

 

 

 

ระบบความปลอดภัย 9/10

ระบบช่วยเหลือการขับขี่มีครบเป็น ADAS L2 ระดับล่าสุด ทำงานละเอียดยิบมาก ๆ ตรวจจับได้ทุกเส้นถนนจนการตอบสนองของระบบควบคุมรถออกนอกเลนไว้เกินไปหน่อย หากผุ้ขับขี่คุ้นเคยหรือรับได้ก็นับว่าให้ความปลอดภัยมาก แม้กระทั้งเข้าทางโค้งระบบยังประคองรถตามทางโค้งให้ด้วย ส่วนระบบอื่น ๆ ที่น่าจะใช้งานเป็นประจำคือ ระบบเตือนรถออกนอกเลน ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบเตือนมุมสายตาด้านข้าง เตือนเมื่อมีรถมาขณะถอยหลัง และกล้องมองรอบคันที่ปรับมุมมองได้หลายแบบ มีดีกว่าไม่มีครับ

 

 

 


สรุปความคุ้มค่า

GEELY STARAY EM-R เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถครอบครัวใช้งานหลักของบ้าน ได้ทั้งรถยนต์ที่ขับขี่แบบไฟฟ้าล้วน ไม่ต้องใช้น้ำมัน เป็นทั้งรถที่ขับได้ระยะทางยาว ๆ หมดกังวลเรื่องหาที่ชาร์จ เพราะเติมน้ำมันให้กับเครื่องยนต์ผลิตไฟฟ้าได้ ทำให้สามารถขับขี่ได้ไกลกว่า 900 - 1,000 กม. เมื่อระดับไฟฟ้าและน้ำมันเต็มเปี่ยม ตอบสนองการใช้งานด้วยความอเนกประสงค์ ยกสูง ขับขี่ผ่านอุปสรรคได้นิดหน่อย และราคาก็น่ารัก ตัวท็อปสุด MAX เพียง 799,900 บาท สำหรับรถขนาด C-Segment คันใหญ่ขนาดนี้ และใครไม่เน้นเทคโนโลยีเยอะก็จัดรุ่น PRO ในราคา 699,900 บาท (300 คันแรก) ก็คุ้มแล้ว

 

 

 


สำหรับใครที่กังวลเรื่องอะไหล่และบริการหลังการขาย ทางฝั่งของ ธนบุรี นอยสเติร์น ผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ในไทย เป็นหนึ่งในผู้รับจ้างประกอบในโรงงานของตัวเองสำหรับผลิตรถยนต์เมอร์เซเดสในไทย และในส่วนของ Geely เอง มีคลั่งอะไหล่เพียงพอในชิ้นส่วนสำคัญ ๆ ต่างรองรับ และกำลังทยอยเปิดโชว์รูมพร้อมการอบรมคุณภาพฝ่ายซ่อมบำรุงให้ตรงกับการขยายตัวของรถยนต์ นอกจากนี้ยังเตรียมแผนศึกษาการจัดตั้งโรงงานในไทยในอนาคตอีกด้วย แต่ตอนนี้ยังนำเข้าไปก่อนนะครับ 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

ส่งลูกฝึกขับ GO-KART เด็กเรียนรู้อะไร จากรถแข่งคันจิ๋ว จากสนามเล็กสู่การเปิดโลกใบใหญ่

14 ตุลาคม 2569

เมื่อ Mercedes-benz อยากสร้าง City Car แบรนด์ smart จึงเกิดขึ้น!

12 ตุลาคม 2569

อับเดทความคืบหน้า "ภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ล่าสุด" ตุลาคม 2069 จบไหม?

8 ตุลาคม 2569

MAZDA 6e ซีดานไฟฟ้าลูกครึ่งสุดคุ้ม...ขับดี แบตฯ ใหญ่ แต่ปรับตัวเยอะ

29 กันยายน 2569

เรื่องเก่าเล่าใหม่...ที่คนใช้รถต้องรู้ “ลุยน้ำท่วม” ควรระวังอะไร?

26 กันยายน 2569

NIO FRIEFLY น่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง คล่องตัวขนาดกำลังดี

14 กันยายน 2569

เจาะลึก REEV ขุมพลังทางเลือกใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ดีไหม เหมาะกับใคร?

14 กันยายน 2569

ลองระบบช่วยเหลือการขับขี่ใน MG URBAN ที่น่าจะได้ใช้งานบ่อย ๆ ใช้แล้วเป็นอย่างไร?

31 สิงหาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ